พาราสาวะถี

เป็นใครก็ต้องโกรธ อุตส่าห์แอบไปเดินตลาดสะพานขาวเพื่อให้กำลังใจพ่อค้าแม่ขาย แต่นักข่าวดันทะลึ่งมาถามว่าไปช่วยใครหาเสียงหรือเปล่า


เป็นใครก็ต้องโกรธ อุตส่าห์แอบไปเดินตลาดสะพานขาวเพื่อให้กำลังใจพ่อค้าแม่ขาย แต่นักข่าวดันทะลึ่งมาถามว่าไปช่วยใครหาเสียงหรือเปล่า เพราะวันนี้ (31 มีนาคม) จะเริ่มเปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.กันแล้ว สิ่งที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจอ้างว่าไปเพื่อให้เห็นกับตาหลังจากเสพข่าวมาหลายด้าน ความเดือดร้อนของผู้ค้ากับคนซื้อเป็นแบบไหน ไม่ได้หวังจะช่วยใครทั้งสิ้น เชื่อในประเด็นนี้ แต่ถ้าจะบอกว่าไปโดยไม่ได้หวังสร้างภาพนั้น อันนี้ไม่เชื่อ

บอกได้คำเดียวว่า การไปเดินตลาดในลักษณะนี้ ได้ (สร้าง) ภาพแน่ แต่ไม่ได้ใจพ่อค้าหรือประชาชนเหมือนกัน ฟังจากสิ่งที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจสาธยาย จะแก้ไขปัญหาอะไรต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้นแล้วก็ต้องระมัดระวัง ที่อ้างอยู่ตลอดจะเป็นเหมือนการแก้ตัวก็คือ ไม่มีรัฐบาลไหนเคยเจอเหมือนกับรัฐบาลของตนทั้งโรคระบาดและสงคราม จะมาร้องขอความเห็นใจอะไรกันเวลานี้ หน้าที่ของคนที่เสนอตัวเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมือง ทุกวิกฤตคือบทพิสูจน์ความสามารถในการบริหาร

การเที่ยวอ้างว่ารัฐบาลสืบทอดอำนาจเจอแต่สารพัดปัญหารุมเร้า จนทำเอาโงหัวไม่ขึ้น แล้วรัฐบาลในอดีตที่เจอวิกฤตหนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ผู้นำเหล่านั้นนำพาประเทศผ่านพ้นมาได้อย่างไร น่าเสียดายทั้งที่ยกหางตัวเองรวมถึงมีคนจำพวกเดียวกันต่างพากันเชิดชูว่าเป็นคนดี กลับไม่เรียนรู้คุณสมบัติของความเป็นคนดีนั่นก็คือ ชอบแก้ไข การแก้ตัวนอกจากไม่ได้รับคะแนนความสงสารแล้ว ยังจะตามมาโดยเสียงเรียกร้องทำไม่ได้ก็ออกไปอีกต่างหาก

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจไม่เคยสำเหนียกเลยแม้แต่น้อยก็คือ ปัญหาความขัดแย้งที่ยังคงมีอยู่ ยังมีหน้ามาบอกว่า ย้อนกลับไป 7-8 ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นอะไรมันเกิดขึ้นคนแต่ละฝ่ายมาตีกัน หรือมาด่ากันต่อหน้าต่อตา มาว่ากันไปว่ากันมา แล้วใครกันที่สุมหัวกันให้มันเกิดภาพในลักษณะเช่นนั้นขึ้นมา เพื่อเป้าหมายในการที่จะใช้การทุบโต๊ะเพื่อยึดอำนาจ และก็มีข้ออ้างอันคลาสสิกเข้ามาเพื่อที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกของประชาชน แล้ววันนี้มันดีขึ้นหรือไม่

ไม่ต้องมาบอกว่า ถ้าชนะแล้วมันมีความขัดแย้งแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ขอถามหน่อย แล้วจะรักษาชัยชนะนั้นไว้ได้หรือไม่ ถ้าทำแล้วชนะ แต่ความสงบความเรียบร้อยไม่เกิดขึ้น ตนก็มีหน้าที่ตรงนี้ในการที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ดังนั้นจึงยังต้องให้ความขัดแย้งคงอยู่ต่อไปใช่หรือไม่ เพื่อความชอบธรรมที่ตัวเองจะได้อยู่ต่อไป ทั้งที่หากยึดเอาเหตุผลในการยึดอำนาจมาเป็นตัวตั้งเพื่อชี้วัดผลงาน เมื่อความแตกแยกยังไม่หมดไป คนที่เป็นหัวขบวนในการรัฐประหารก็ไม่ควรจะอย่างหนาอยู่ในอำนาจต่อไป

ความจริงสิ่งที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจตั้งคำถามต่อนักข่าวว่า มันได้ประโยชน์อะไรขึ้นมากับการสร้างคนแยกออกเป็น 2-3 ฝ่าย แล้วมันจะอยู่อย่างไรในวันข้างหน้า น่าจะเป็นคำถามย้อนกลับไปที่ตัวท่านผู้นำมากกว่า ทำเช่นนั้นทำไม ทำไมจึงไม่ขจัดความขัดแย้งให้หมดไป ตั้งแต่ยึดอำนาจมาใช้งบประมาณเฉพาะที่อ้างว่าเพื่อสร้างความสมานฉันท์ของประเทศหมดไปเท่าไหร่ เคยมีการชี้แจงหรือไม่ ถ้าบอกว่านักการเมืองพูดเอาแต่ได้ เอาดีเข้าตัว ก็ไม่น่าจะมีข้อยกเว้นสำหรับคนที่สืบทอดอำนาจเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่สื่ออาจจะพาดหัวกับสิ่งที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจโพล่งออกมาว่า “ถ้ามีโอกาสก็ทำต่อไป ไม่มีโอกาสก็กลับบ้านนอนเท่านั้นเอง” เหมือนจะเป็นการปลงแต่ความจริงแล้วก็รู้อยู่เต็มอก การประกาศกร้าวจะลงจากหลังเสือก็ต่อเมื่อฆ่าเสือตัวนั้นแล้วเท่านั้น มันไม่มีทางที่คนประเภทนี้จะยอมวางมือหรือแสดงสปิริตใด ๆ อย่างแน่นอน สิ่งเดียวที่พอจะนึกได้หากต้องกลับบ้านไปนอนจริง ๆ คงเป็นเรื่องคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรี 8 ปีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

กรณีนี้ก็ยังมีปมกังขา จะนับวาระการทำหน้าที่ตั้งแต่มีหัวโขนหัวหน้าคสช.ร่วมด้วยเมื่อสิงหาคม 2557 เลยหรือไม่ หรือจะนับหลังรัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลบังคับใช้ หรือหลังจากที่เป็นนายกฯ จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ถ้ายึดตามหลักการโดยเคร่งครัดมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า เมื่อถูกเรียกว่าเป็นผู้นำประเทศมันก็ควรจะเริ่มนับเวลาการอยู่ในตำแหน่ง แต่ด้วยความที่ผ่านมามีบรรดาเนติบริกรศรีธนญชัยทั้งหลายคอยชี้ช่อง ทุกอย่างจึงสามารถลื่นไหลไปได้ตามความต้องการที่อยากจะให้เป็น

มิหนำซ้ำ องค์กรที่จะชี้ชัดในเรื่องนี้ก็เป็นคนที่ได้รับการปูนบำเหน็จมาจากเครือข่าย องคาพยพของเผด็จการคสช.ทั้งสิ้น มันจึงทำให้ประชาชนหมดศรัทธา ยังไม่นับรวมปมเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งประธานขององค์กรแห่งนี้ ที่หากยึดเอาสปิริตและสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับสังคม มันก็พอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้บ้าง แต่เมื่อมีการเลือกทางเดินที่ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ส่วนตัวสิ่งที่ตามมาความน่าเชื่อที่มีน้อยอยู่แล้ว หดจนหายไปหมดแล้วนั่นเอง

การข่าวจากสายความมั่นคงรายงานว่า เวลานี้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจได้สั่งการไปยังลิ่วล้อสายตรงทั้งหลาย ให้ลงพื้นที่หาข่าวเช็กเรตติ้งว่าเป็นอย่างไร การไปตลาดสะพานขาวก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพว่ายังมีแรงหนุนจากประชาชน ทั้งที่ก็รู้อยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของใคร อย่างไรก็ตามห้วงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แม้ปากจะบอกว่าไม่ได้สนับสนุนใครเป็นพิเศษ แต่หลังจากนี้ให้จับตาดูให้ดี จะมีการจัดวาระงานให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจไปเปิดโครงการโน่นนี่นั่นในกรุงเทพฯ ถี่ยิบ

โดยจะเป็นโครงการที่เกี่ยวพันกับคนที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจสนับสนุนให้ไปทำหน้าที่ลากตั้งก่อนหน้า ก่อนที่จะตัดสินใจลงสมัครเอาในวินาทีสุดท้าย หลังจากได้รับการยืนยันจากอดีตแกนนำกปปส.สายกทม.ตะวันออกว่าจะช่วยหาเสียงมาหนุน ให้ดูบรรยากาศของการเปิดรับสมัครที่จะมีขึ้นในวันแรก การปรากฏตัวของบรรดาผู้สนับสนุนผู้สมัครตัวเต็งทั้งหลาย จะฉายให้เห็นภาพของการหาเสียงและแนวโน้มของการต่อสู้จนกว่าจะมีการหย่อนบัตรว่าจะเป็นไปในทิศทางใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชนกันเองของฐานเสียงผู้สมัครในแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ตาม

Back to top button