SET ผันผวนสูงและยากที่จะฟื้นตัวแรง

ล่าสุดการที่ประธาน Fed ส่งสัญญาณพร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงและยาวนานขึ้นเป็นผลจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ดูดีกว่าคาดในช่วงเดือน ก.พ.


InnovestX มองว่า ล่าสุดการที่ประธาน Fed ส่งสัญญาณพร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงและยาวนานขึ้นเป็นผลจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ดูดีกว่าคาดในช่วงเดือน ก.พ. ทั้งการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราว่างงาน รวมถึงตัวเลขล่าสุด เช่น ตำแหน่งงานเปิดใหม่และการจ้างงานภาคเอกชน รวมถึงตัวเลข PMI โดยเฉพาะภาคบริการ ด้านตัวเลขเงินเฟ้อจาก Core PCE ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเงินเฟ้อ CPI ที่ลดลงน้อยกว่าคาดก็มีผลทำให้ประธาน Fed ส่งสัญญาณดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทำให้ความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ย 50 bps ในเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม InnovestX มองว่าตลาดคงต้องติดตามตัวเลขการจ้างงาน รวมถึงเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.พ. ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด โดยเรามองว่าเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อ (เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) ในระยะต่อไปอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจัยฐานที่สูงของปีก่อน โดยเฉพาะในเดือน มี.ค. เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้มากขึ้นว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 22 มี.ค. ที่ 50 bps ทั้งนี้ InnovestX เชื่อว่าสัญญาณจากธนาคารกลางในระยะต่อไปจะสับสนขึ้น เนื่องจากมีสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการขึ้นในระดับ 50 bps ซึ่งสัญญาณที่แตกต่างกันระหว่างคณะกรรมการอาจทำให้ตลาดการเงินผันผวนมากขึ้นในระยะถัดไป

ในส่วนของไทย InnovestX มองว่าเงินเฟ้อที่ปรับลดลงกว่าที่ตลาดคาดมากและองค์ประกอบภายในก็ลดลงด้วยเช่นกันทำให้ความจำเป็นในการเร่งขึ้นดอกเบี้ยมีน้อยลง และทำให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อเนื่อง

ส่วนภาพตลาดหุ้นไทยช่วงสั้นมอง SET ยังผันผวนสูงและยากที่จะฟื้นตัวแรง หลังบรรยากาศลงทุนยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ อีกทั้งคาดนักลงทุนจะยังโฟกัสไปที่ความเสี่ยงของเศรษฐกิจมหภาคที่มีมากขึ้น โดยกังวลการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์โลก จะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1)  หุ้นที่น่าสนใจลงทุน หาก SET หลุดแนวรับเชิงจิตวิทยาแถว 1,600 โดยในแง่พื้นฐานยังแข็งแกร่ง อีกทั้งราคาหุ้นปรับลงแรง YTD และแย่กว่า SET เลือก PTTEP, HMPRO, CPALL, SCGP, GULF

2) หุ้นที่คาดผลบวกเชิงจิตวิทยาและอานิสงส์จากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงเลือกตั้ง เลือก กลุ่มสื่อ BEC, MAJOR และกลุ่มค้าปลีก CPN

3)  หุ้นปันผลที่มีคุณภาพดี โดยเน้นจ่ายปันผลต่อเนื่อง 20 ปีขึ้นไป คาดให้ Div. Yield (หลังหักจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว) ปี 65 สูงเกิน 4% และปี 66 คาด Div. Yield ดีขึ้นหรือใกล้เคียงเดิม อีกทั้งปี 66 ผลประกอบการยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งราคาหุ้นยังมี Upside เกิน 10% เลือก KTB และ AP

ขณะที่ช่วงสั้นหุ้นแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงราคาปรับตัวลงหรือ Underperform ตลาด ดังนี้

1) หุ้นที่โดนปรับลดประมาณการกำไรหรือ Downgrade/ราคามี Downside/มีปัจจัยเสี่ยงรออยู่ ได้แก่ AEONTS, BEM, SAWAD, TCAP, TIDLOR, TLI, TTB, MST, MTC และ TQM

2) หุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/66 คาดยังหดตัวต่อจากงวดเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน ได้แก่ GFPT, CPF, BTS, ASP และไตรมาส 1/66 คาดยังหดตัวต่อจากงวดเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน ได้แก่ GFPT, TCAP, BTS, ASP และ MST

Back to top button