GSTEEL ใกล้ละลาย.!

ถ้าย้อนไปในยุควิกฤตต้มยำกุ้ง ถือเป็นฝันร้ายของหลาย ๆ อุตสาหกรรม หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมเหล็กที่ได้รับผลกระทบหนักห่วง


ถ้าย้อนไปในยุควิกฤตต้มยำกุ้ง ถือเป็นฝันร้ายของหลาย ๆ อุตสาหกรรม หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมเหล็กที่ได้รับผลกระทบหนักห่วง ทำให้เกิดการรวมตัวของโรงเหล็กเพื่อความอยู่รอด ยกเว้นบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI ที่พอประคองตัวได้…

ส่วนในรายของบริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GSTEEL ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน และเหล็กแผ่นหนา (slab) เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่าง ๆ แม้ไม่ต้องหลอมรวมกับใคร แต่ก็ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้มาแล้วหลายรอบ…จากที่มี “กลุ่มลีสวัสดิ์ตระกูล” เป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่ ก็เปลี่ยนมือไป แม้ปัจจุบันยังเหลือถือหุ้นอยู่บ้าง แต่ก็เหลือน้อยเต็มที…

เท่าที่จำได้ ก่อนหน้านี้ GSTEEL เคยตกไปอยู่ในมือ ASIA CREDIT OPPORTUNITIES I (MAURITIUS) LIMITED หรือ ACO I ซึ่งเป็นกองทุนการเงินจากฮ่องกง เข้ามาถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 49.99% แต่ต่อมามีการปรับโครงสร้างภายในของ ACO I โดย NIPPON STEEL CORPORATION หรือ นิปปอน สตีล บริษัทเหล็กรายใหญ่เบอร์ 1 ของญี่ปุ่น ไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ACO I ส่งผลให้นิปปอน สตีล เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GSTEEL ไปด้วยโดยปริยาย

การมาอยู่ใต้ชายคาของนิปปอน สตีล ก็ถูกคาดหวังว่า จะทำให้สถานการณ์ของ GSTEEL ดีขึ้น..!!

แต่ผ่านมาหลายปีแล้ว การฟื้นตัวของ GSTEEL ก็ยังจำกัด พัฒนาการไม่เปลี่ยนแปลง…พิสูจน์ทราบได้จากงบการเงินที่ยังขาดทุนซ้ำซาก โดยปี 2565 มีรายได้รวม 15,027.90 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 2,003.46 ล้านบาท ปี 2566 มีรายได้รวม 10,856.89 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,013.85 ล้านบาท ปี 2567 มีรายได้รวม 8,423.57 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,755.47 ล้านบาท และปี 2568 มีรายได้รวม 8,538.17 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,561.45 ล้านบาท

ส่งผลให้สิ้นปี 2568 มีตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรกว่า 28,125.61 ล้านบาท

ไม่เท่านั้น งบการเงินยังมีปัญหา นำมาสู่เหตุการเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ กรณีไม่นำส่งงบการเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต่อมา GSTEEL ได้นำส่งงบการเงินที่ล่าช้าดังกล่าวได้ครบถ้วน และปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขาย (Resume Stage) 

แต่ล่าสุดจากงบปี 2568 GSTEEL กลับมีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบอยู่ที่ 1,453.29 ล้านบาท ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเหตุเข้าข่ายถูกเพิกถอน กรณีส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ 

โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ส่งสารถึงบริษัท นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องว่า 1) ประกาศให้หุ้นสามัญของ GSTEEL มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนเพิ่มเติม ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป โดยยังคงขึ้นเครื่องหมาย NC (Non-Compliance) เพื่อให้ผู้ลงทุนทราบว่าหลักทรัพย์ของบริษัทเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน และขึ้นเครื่องหมาย SP (Suspension) เพื่อสั่งห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทต่อไป 

  2) ให้ GSTEEL เปิดเผยแนวทางดำเนินการแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการที่ส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ พร้อมทั้งแจ้งกำหนดเวลาของการดำเนินการดังกล่าว และเผยแพร่ให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนได้ทราบ ภายในวันที่ 10 เม.ย. 2569 

3) ภายหลังจากที่ GSTEEL แจ้งแนวทางดำเนินการของบริษัทตามข้อ 2 แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่เปิดให้มีการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ เนื่องจากได้เคยเปิดให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์แล้วระหว่างวันที่ 1-31 ก.ค. 2562

(เท่ากับว่าที่เห็นข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25 ก.พ. 2569 ประเภท XM มีจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 7,800 ราย ก็จะค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น…เรียกว่าติดหุ้นยาวปายยย…)

และ 4) ให้บริษัทเร่งดำเนินการแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการที่ส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ ให้หมดไปภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ 10 มี.ค. 2569 หากครบกำหนดเวลาแล้ว GSTEEL ยังไม่สามารถแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนดังกล่าวให้หมดไปได้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณาดำเนินการเพิกถอนหลักทรัพย์ของ GSTEEL ต่อไป 

เส้นตายภายใน 3 ปีนี้ หาก GSTEEL ไม่หลอมรวมใหม่ ก็จะนำไปสู่การหลอมละลายไปจากตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกราย เหมือนกรณี SSI  ที่ถูกละลายไปแล้วก่อนหน้านี้…จำได้บ่

น่าสงสารคนที่ติดหุ้น GSTEEL จริง ๆ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button