AEONTS เข้มงวดปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อคุม NPL

การเติบโตจริง ๆ ของ AEONTS จะไปเริ่มต้นในปีหน้า จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ของรัฐบาลที่จะทยอยออกมา


คุณค่าบริษัท

บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 (สิ้นสุด 31 ส.ค. 2566) 1.สินเชื่อบัตรเครดิต 69% 2.สินเชื่อบุคคล 22% 3.สินเชื่อเช่าซื้อ 6% 4.สินเชื่ออื่น ๆ 3% ส่วนโครงสร้างรายได้ของ AEONTS ณ สิ้นสุด 31 ส.ค. 2566 มีรายได้รวม 5,676 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.สินเชื่อบุคคล 46% 2.สินเชื่อบัตรเครดิต 35% 3.สินเชื่ออื่น ๆ 15% 4.สินเชื่อเช่าซื้อ 4%

AEONTS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปีบัญชี 2566 (สิ้นสุด 31 ส.ค. 2566) มีกำไรสุทธิ 841.88 ล้านบาท ลดลง 6.83% จากไตรมาส 2 ปีบัญชี 2565 (สิ้นสุด 31 ส.ค. 2565) แต่เพิ่มขึ้น 36.38% จากไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 (สิ้นสุด 31 พ.ค. 2566) ที่มีกำไรสุทธิ 617.31 ล้านบาท ซึ่งกำไรไตรมาส 2 นี้สูงกว่าที่ตลาดคาดหมาย 11% โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากกำไรจากการประมูลขายหนี้เสียให้กับบริษัทบริหารหนี้ (AMC) ที่เพิ่มเข้ามา 167 ล้านบาท สูงกว่าที่คาดว่าจะอยู่ราว 100 ล้านบาท ประกอบกับรายได้หนี้สูญรับคืน และรายได้บริการติดตามหนี้ที่ฟื้นตัวได้ดี ทำให้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโต 23.6% จากไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 (สิ้นสุด 31 พ.ค. 2566)

AEONTS คุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดี สะท้อนจากอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ที่ลดลงมาที่ 40.6% จาก 41.2% ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 (สิ้นสุด 31 พ.ค. 2566) การตั้งสำรองเริ่มลดลงเล็กน้อย 6.9% จากไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 คิดเป็น Credit Cost ที่ 8.3% ลดลงจาก 8.9% ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 แต่ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ Credit Cost ปกติของธุรกิจที่ 6-7% โดยตัวเลข NPL ขยับขึ้นต่อเนื่องมาที่ 6.2% จาก 5.9% ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 ส่วนรายได้ดอกเบี้ยทำได้เพียงทรงตัวจากไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 กดดันจากพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัวได้ต่ำเพียง 0.2% จากไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566 หลังบริษัทเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลที่คุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอลงในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นมาที่ 3.6% จาก 3.2% ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2566

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ในครึ่งแรกของปีบัญชี 2566 AEONTS มีสินเชื่อเติบโตจากสิ้นปี 2565 เพียง 0.3% ซึ่งผิดจากเป้าที่ AEONTS คาดไว้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการล่าช้าของการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ความต้องการสินเชื่อไม่มากอย่างที่คาดไว้ อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของ AEONTS เอง และในช่วงที่เหลือของปี การปล่อยสินเชื่อน่าจะยังทรง ๆ อยู่ในระดับเดียวกับครึ่งแรกของปีบัญชี 2566 และการเติบโตจริง ๆ จะไปเริ่มต้นในปีหน้า จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ของรัฐบาลที่จะทยอยออกมา นอกจากนี้ยังจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาช่วยเสริม อย่างสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และสินเชื่อจำนำทะเบียน ด้านบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดว่ากำไรไตรมาส 3 ปีบัญชี 2566 จะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีก่อน (ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น) และเทียบกับไตรมาสก่อน (ไม่มีกำไรจากการขาย NPL เหมือนไตรมาสก่อน)

ข้อมูลจาก Refinitiv Consensus สำหรับ AEONTS ระบุว่า ประมาณการรายได้รวมปีบัญชี 2566 ที่ 21,016.08 ล้านบาท และประมาณการกำไรสุทธิปีบัญชี 2566 ที่ 3,499.15 ล้านบาท โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 185.17 บาท จาก 6 โบรกเกอร์

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คงคาดทั้งปี 2566 AEONTS จะมีกำไรสุทธิ 3,541 ล้านบาท ลดลง 9.5% จากปีบัญชี 2565 โดยมองยังมีความเสี่ยงที่หนี้เสียจะขยับขึ้นในปี 2567 ที่มาตรการลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำเริ่มกลับสู่ระดับปกติ ส่งผลให้การตั้งสำรองมีความเสี่ยงที่จะลดลงได้ช้ากว่าที่คาด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบจากมาตรการควบคุมการโฆษณาสินเชื่อ ที่คาดส่งผลต่อความสามารถในการหาลูกค้าใหม่

สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) หุ้น AEONTS ราคาปัจจุบัน (ราคาปิดวันที่ 17 ต.ค. 2566 ที่ 152.50 บาท) ซื้อขายกันที่ P/E 11.71 เท่า ต่ำกว่า P/E กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ที่ 17.82 เท่า ส่วนค่า P/BV ของหุ้น AEONTS อยู่ที่ 1.61 เท่า ต่ำกว่า P/BV กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ที่ 1.79 เท่า

Back to top button