ตลาดเสียการทรงตัว

วานนี้ตลาดหุ้นไทยเสียการทรงตัวปรับตัวลงไปปิดที่ระดับ 1,371.22 จุด ลบไป 30.48 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.57 หมื่นล้านบาท


วานนี้ตลาดหุ้นไทยเสียการทรงตัวปรับตัวลงไปปิดที่ระดับ 1,371.22 จุด ลบไป 30.48 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.57 หมื่นล้านบาท รับแรงกดดันประสมประสานจากประเด็นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยืนในระดับสูงยาวนาน แรงกดดันจาก “บอนด์ยีลด์” อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ อยู่ระดับสูงใกล้ 5% ความตึงเครียดสงครามอิสราเอล-ฮามาสยังยืดเยื้อ ขณะที่ในประเทศยังไร้ปัจจัยบวกใหม่ พร้อมยังเจอแรงขายของนักลงทุนต่างชาติกดดันไม่เลิกเพคะ

ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ยังกดดันต่อเนื่องนั้น รวมทั้งดัชนีในเที่ยวนี้ยังเป็นขาลงหาแนวรับไม่เจอ…อยู่เท่าไร? “โมนิก้า” อยากให้นักลงทุนถือเงินสดไว้ให้เกิน 50% จากเงินในพอร์ตลงทุนไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย แล้วรอดูเหตุการณ์ต่อไป ดังนั้นนักลงทุนควรเข้าใจรูปแบบการเล่นในแต่ละวันออกไปในโทนไหนช่วงนี้ ประกอบกับแรงเทขายจากฝรั่งยังมีต่อเนื่อง ก่อให้เกิดอิทธิพลทำให้ดัชนีม้วนตัวไปมานะจะบอกให้ อิอิ!!

ขณะที่ในรายของหุ้น SISB เริ่มมีสัญญาณกลับตัว พอตั้งการ์ดรับได้แล้ว…ตามแนวโน้มไตรมาส 4/66 รับแรงหนุนจากค่าเทอมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงจำนวนนักเรียนใหม่เพิ่มมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” เชื่อผลดังกล่าวช่วยผลักดันให้ผลประกอบการเติบโตทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนจากราคาหุ้นปัจจุบันยังแข็งกว่าตลาดปิดที่ระดับ 29.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 123 ล้านบาท รับรองติดพอร์ตไม่ผิดหวังเพคะ

เหมือนกับรายของ JPARK ผู้นำแห่งลานจอดรถในไทย…ธุรกิจที่เป็นเสือนอนกิน โมนิก้าบอกเลยว่าเหมาะกับนักลงทุนถือกลาง-ยาวจริง ๆ ย้ำมองอนาคตเข้าไว้!!! เพราะเห็นว่าเดินหน้าขยายที่จอดรถเพิ่มอย่างเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่โรงพยาบาล แม้ว่าราคาหุ้นจะลงมาปิดที่ระดับ 3.84 บาท ลบไป 0.08 บาท หรือลงไป 2.04% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 38 ล้านบาท เอาเป็นว่าฝากเนื้อฝากตัวไว้ในอ้อมกอดสาย VI สักตัวด้วยเจ้าค่ะ

เช่นเดียวกับในรายของ KSL ที่เริ่มผงกหัวขึ้นอีกครั้งนั้น เป็นการตอบรับข่าวราคาน้ำตาลทรายในประเทศมีแนวโน้มปรับขึ้นราคาหน้าโรงงานประมาณกิโลกรัมละ 4 บาท ภายในเดือนนี้!! ทำให้ผู้เล่นเข้ามาเก็งกำไรดันราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 2.92 บาท บวกไป 0.16 บาท หรือขึ้นไป 5.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 37 ล้านบาท งานนี้โมนิก้าเชื่อว่ามีโอกาสขึ้นกลับไปทดสอบแนวต้านแรก 3.02-3.04 บาทเป็นแน่เจ้าค่ะ

ขอกลับมาเมาท์ในหุ้นนิคมอย่างรายของ WHA กันบ้างที่หลายฝ่ายชอบยกให้เป็นตัวท็อป เนื่องจากจ่อโอนที่ดินสูงสุดที่มีการคาดการณ์ไว้ปีนี้ว่าจะได้ราว 2.75 พันไร่ พร้อมกับนักวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 645 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนนั้น ดังนั้นก็จะเห็นแรงซื้อเข้ามาเป็นระยะ ๆ ล่าสุดปิดที่ระดับ 5.15 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 323 ล้านบาท เอาเป็นว่าเดี๊ยนแนะหาจังหวะดี ๆ แล้วเข้าเก็งกำไรแล้วกันนะคะ

ต่อเนื่องในรายของ BH ภาพรวมเชื่อว่ามาร์จิ้นฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาโรคยาก ประกอบกับระยะสั้นอาจมีแรงหนุนเมื่อนักวิเคราะห์ประเมินว่าผลประกอบการไตรมาส 3/66 รายได้จะทำนิวไฮของปีได้ราว 6.75 พันล้านบาท ดังนั้นโมนิก้ามองเป็นจังหวะดีหลังราคาหุ้นอ่อนตัวลงลึกซึ่งจะได้เก็บของถูก เพราะล่าสุดลงมาปิดที่ระดับ 258 บาท ลบไป 5 บาท หรือลงไป 1.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 707 ล้านบาท พิจารณากันนะคะ

ปิดท้ายในรายของ BCP ถือว่าราคาหุ้นยังแข็งกว่าตลาดหุ้นท่ามกลางขาลง ซึ่งพยายามทรงตัวให้อยู่กรอบบริเวณ 40 บาทบวกลบ โดยล่าสุดปิดอยู่ที่ระดับ 40 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.63% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 255 ล้านบาท “โมนิก้า” เชื่อว่ายังคงได้แรงสนับสนุนจากประเด็นผลประกอบการไตรมาส 3/66 ที่คาดว่าจะดีขึ้น และรับรู้รายได้จาก “เอสโซ่” เต็มไตรมาส 4/66 เป็นต้นไป ดูแล้วมันเป็นโมเมนตัมที่ดีเพคะ

Back to top button