หุ้นตัวสอดแทรก

หากมองสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยให้เป็นสตอรี่ยาว ๆ จะเห็นว่า ทุกต้นปีจะมีเม็ดเงินก้อนใหม่เข้ามาลุยหุ้นเป็นประจำ


หากมองสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยให้เป็นสตอรี่ยาว ๆ จะเห็นว่า ทุกต้นปีจะมีเม็ดเงินก้อนใหม่เข้ามาลุยหุ้นเป็นประจำ ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อที่ว่า สถานการณ์หลายอย่างจะดีขึ้นกว่าเดิม หลังปีที่ผ่านมาเจอแต่เรื่องร้าย ๆ เข้ามาซ้ำเติมครั้งแล้วครั้งเล่า จนไม่มีอะไรที่จะแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ กระโจนใส่หุ้นกันหนุบหนับ พร้อมกับจุดประเด็นความหวังที่ว่า 1,500 จุดก็แค่ปากซอยนะจ๊ะ

ถึงกระนั้นก็อยากให้แฟนคลับเข้าใจด้วยว่า สิ่งที่คิดนั้น..ถูกต้องทุกประการ แต่ในระหว่างทางมักมีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้นประจำ เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับทำตัวให้ยืดหยุ่นขึ้นกว่าเดิม เพราะจุดเปลี่ยนที่ “โมนิก้า” ประเมินว่า ดัชนีจะขึ้นไปยาว ๆ มันขึ้นอยู่กับการขึ้นไปยืนปักหลักที่บริเวณแนวรับ 1,450 จุดมั่นคงเพียงใด เพราะตรงนั้นเป็นโมเมนตัมที่จะเหวี่ยงให้ดัชนีทะยานขึ้นไปอีกน่ะซี

ประกอบกับวานนี้ “โมนิก้า” เห็นดัชนีสู้กลับตลอดทั้งวัน จนสุดท้ายยืนปิดที่ระดับ 1,434.59 จุด บวกไป 4.97 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.76 หมื่นล้านบาท ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เดี๊ยนอยากเม้าท์ถึงหุ้นตัวสอดแทรกมากขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะหุ้นเหล่านี้มักทะยานขึ้นอย่างเร่าร้อน จึงเป็นจังหวะที่แฟนคลับน่าเข้าไปลองเสี่ยงดูสักตั้ง เพราะปีนี้ตลาดหุ้นไทยเปิดหัวมาดีเหลือเกินไงล่ะคะ

โดยเฉพาะยักษ์หลับอย่าง BLC จู่ ๆ ก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเสียอย่างนั้น “โมนิก้า” ย่อมตกใจเป็นธรรมดา เพราะเมื่อดูจากวอลุ่มที่เข้ามาเที่ยวนี้ มันทำให้เชื่อว่า หุ้นจะกลับตัวขึ้นอย่างจริงจัง รวมถึงประเด็นต่าง ๆ ที่ส่งผลโดยตรงกับผลกำไรของบริษัท เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับประเมินกันว่า การยืนปิดที่ระดับ 5.35 บาท บวกไป 0.55 บาท หรือขึ้นไป 11.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 142 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 21 เท่า ยังมีแก๊ปให้วิ่งอีกเยอะไหม

เช่นเดียวกับการไล่ราคาอย่างดุเดือดของหุ้น TGE จนหุ้นวิ่งขึ้นไปทำไฮของวันที่ระดับ 4.22 บาท ก่อนจะโรยตัวลงมาปิดที่ระดับ 3.68 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 2.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 255 ล้านบาท ซึ่งเป็นการบวกแรง 3 วันติดต้อนรับปีมังกรทอง แต่ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้าจะเป็นการไต่เพดานขึ้นทั้งหมด 6 วัน โดยที่ทุกคนรู้ว่า ปีนี้ยังโต..ปีหน้าก็โตต่อ มันน่าเล่นไหมล่ะจ๊ะ

ในเมื่อเป็นไฟต์ที่น่าเล่นกันทั้งที “โมนิก้า” ขอแนะนำให้มองไปที่หุ้น CHASE เพื่อชี้ให้เห็นการขยับตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.99 บาท บวกไป 0.14 บาท หรือขึ้นไป 7.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 224 ล้านบาท ย่อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ขาลุยไม่ควรมองข้าม เพราะเที่ยวก่อนก็วิ่งขึ้นไปบริเวณ 2.20 บาท ส่วนรอบก่อนหน้าก็ขึ้นไปบริเวณ 2.60 บาท จึงเป็นจังหวะของ follow buy สำหรับคนที่กล้าเล่นนะจ๊ะ

คล้ายกับกรณีของหุ้นยางตัวท็อปของตลาดอย่าง NER ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหลักที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมองแต่เรื่องปันผลที่ให้แบบจุใจคนเล่น ก็ยังมีข่าวดีเรื่องกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นปีนี้ไม่ต่ำกว่าแสนตัน และในปีหน้าก็จะเพิ่มขึ้นอีกแสนตัน “โมนิก้า” ถึงมองว่า การขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 5.30 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 2.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 58 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 6.55 เท่า มันคุ้มค่ากับการลงทุนสุด ๆ นะจะบอกให้

อีกรายที่ยังสปีดแรงไม่หยุด และยังเดินหน้าอย่างร้อนแรง “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นลานจอดรถ JPARK เพื่อชี้ให้เห็นการขึ้นมาปิดที่ระดับ 7.30 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 5.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 185 ล้านบาท ล้วนเป็นผลมาจากความมั่นใจที่ว่า ผลงานปีนี้จะแจ่มสุด ๆ จึงพากันไล่ราคาหุ้นจนเกินเป้า 7.20 บาทไปแบบชิล ๆ แบบนี้..คุณ ๆ ต้องไปคิดกันเอาเองว่า เอาไงดี!

ก่อนจากกัน “โมนิก้า” ขอตบท้ายด้วยเรื่องโหราศาสตร์ เพื่อให้เข้ากับปีมังกรทอง ซึ่งเขาว่ากันว่า เด็กที่เกิดปีนี้จะประสบทั้งความสำเร็จ และนำพาความโชคดีมาให้ เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับลองชำเลืองตามอง GFC กับ SAFE เพื่อนำไปประมวลผลว่า ประเด็นดังกล่าวจะส่งผลดีกับหุ้นทั้ง 2 ตัวขนาดไหน? หลังพรายกระซิบเม้าท์ถึงประเด็นนี้กันมากเหลือเกินพะย่ะค่ะ

Back to top button