‘อินเดีย’ อัพฐานผลิตทดแทนจีน

ช่วงนี้ “อินเดีย” กำลังต้องการเป็นฐานการผลิตระดับชั้นนำในเอเชีย เนื่องจากบริษัทหลายแห่งมีการเคลื่อนย้ายออกจากจีน


ช่วงนี้ “อินเดีย” กำลังต้องการเป็นฐานการผลิตระดับชั้นนำในเอเชีย เนื่องจากบริษัทหลายแห่งมีการเคลื่อนย้ายออกจากจีน

แต่ทว่าสิ่งแรกที่อินเดีย จำต้องทำคือลดภาษีและปรับปรุงประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้ดีขึ้น หากอินเดียต้องการจะแย่งชิงตำแหน่งนี้จากเวียดนาม

แหละ..มีสหรัฐอเมริกาพยายามให้การสนับสนุนในฐานะพันธมิตร.!! ท่ามกลางการแข่งขันกับจีนรุนแรงมากขึ้น

รัฐบาลไบเดน ส่งเสริมบริษัทอเมริกันหลายแห่งให้ย้ายการปฏิบัติงานภาคการผลิตในภาคธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีออกจากจีนและเข้าไปยังประเทศที่เป็นมิตรสหรัฐฯ มากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…เวียดนาม อินเดีย และเอเชียแปซิฟิก..!!

“อินเดีย” และ “เวียดนาม” เป็นทางเลือกในภาคการผลิตที่น่าดึงดูด สำหรับนักลงทุนต่างชาติและบริษัทหลาย ๆ แห่ง  บางส่วนเป็นเหตุผลมาจากค่าแรงงานที่ต่ำ

อย่างไรก็ตามระหว่าง 2 ประเทศนี้ “เวียดนาม” ยังคงนำหน้าอินเดีย ด้วยมูลค่าการส่งออกปี 2566 สุทธิที่ 96,990 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปรียบเทียบกับมูลค่าส่งออกของ “อินเดีย” อยู่ที่ 75,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Samir Kapadia ซีอีโอบริษัท India Index และประธานบริหารกลุ่มบริษัท Vogel ระบุว่า “เวียดนามมีชื่อเสียงจากความสามารถของพวกเขาในการผลิตภาคอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนอินเดียกำลังเพิ่งเริ่มเข้าสู่การแข่งขัน เพื่อที่ว่าทำให้เวียดนามยังมีข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันเมื่อเทียบกับอินเดีย”

ขณะที่ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ของอินเดียนั้นอบอุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเยือนอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาวในเดือน มิ.ย.ปีที่แล้วของนายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี

ส่วนเวียดนาม มีการค้าและการลงทุนกับรัฐบาลวอชิงตันของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2550

หนึ่งข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับเวียดนาม คือ การมีข้อเสนอที่เรียบง่ายมากกว่าเมื่อเทียบกับอินเดีย โดย Mukesh Aghi ประธานและซีอีโอขององค์กรไม่แสวงกำไรในสหรัฐฯ ที่ชื่อ US-India Strategic Partnership Forum (USISPF) ให้ข้อสังเกตว่า อินเดียมี 29 รัฐ และทุกรัฐมีนโยบายที่อาจแตกต่างกัน

Andy Ho ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการลงทุนของบริษัท วินาแคปปิตอล (VinaCapital) ระบุว่า หนึ่งอุปสรรคสำหรับจุดมุ่งหมายของอินเดีย ในการเป็นศูนย์กลางการผลิต คือ ภาษีนำเข้า 10% สำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สูงกว่าภาษีนำเข้าเฉลี่ยของเวียดนามประมาณ 5%

สำหรับภาษีนำเข้าของอินเดีย มุ่งหมายปกป้องผู้ผลิตในประเทศ แต่ว่าการปรับลดภาษีเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการดึงดูดบริษัทต่างชาติเข้ามาผลิตสินค้าภายในประเทศมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Kapadia เน้นย้ำว่า..ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นของเวียดนามกับจีน จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อินเดีย มีข้อได้เปรียบที่สำคัญ…!!!

Back to top button