เหลือหุ้นซื้อได้กี่ตัว?

ประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกเจ็บจี๊ดหัวใจมากสุดก็คือ คำพูดของคนในวงการหุ้นที่เม้าท์ให้ฟังว่า ตลาดหุ้นไทยยังเหลือหุ้นซื้อได้กี่ตัว?


ประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกเจ็บจี๊ดหัวใจมากสุดก็คือ คำพูดของคนในวงการหุ้นที่เม้าท์ให้ฟังว่า ตลาดหุ้นไทยยังเหลือหุ้นซื้อได้กี่ตัว? และเท่าที่เห็นก็มีแต่หุ้นทรุดตัวหนักกันเป็นแถว แถมแต่ละตัวที่อ่อนตัวลงต่อเนื่อง ก็เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลดีทั้งนั้น อีฉันเลยรู้สึกกังวลอย่างหนักเมื่อเห็นคนในวงการเริ่มตั้งคำถามในเรื่องที่รู้อยู่เต็มอกเบิ้ม ๆ ว่า นักลงทุนขาดความมั่นใจอย่างแรงนะซี

โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น! น่าจะมาจากสารพันปัญหาถาโถมใส่ประเทศไทยไม่หยุดหย่อน ซึ่งไล่เรียงเหตุการณ์ได้ตั้งแต่ถนนทรุดหน้าโรงพยาบาลวชิระ จนทำให้อุโมงค์ก่อสร้างรถไฟใต้ดินพัง ถัดจากนั้นก็เป็นเรื่องน้ำท่วมหนักหาดใหญ่ ต่อมาก็เป็นเรื่องยึดทรัพย์หมื่นล้านขบวนการสแกมเมอร์ และสด ๆ ร้อน ๆ ก็เป็นการรบเขมรหนักรอบใหม่ ซึ่งแต่ละเรื่องสร้างความสั่นคลอนเศรษฐกิจทั้งนั้นพะยะค่ะ

ที่สำคัญคือ ทุกครั้งที่มีวันหยุดยาว หรือวันหยุดคั่นกลาง มักทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงเป็นประจำ ผนวกกับเดือนนี้เป็นจังหวะที่นักลงทุนชะลอซื้อหุ้น เพื่อไปเที่ยวผักผ่อนอย่างสบายใจ “โมนิก้า” ถึงเข้าใจเหตุผลที่ดัชนีทรุดตัวลงมายืนปิดที่ระดับ 1,261.39 จุด ลบไป 12.38 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.74 หมื่นล้านบาท เพราะปัจจัยภายในไม่มีอะไรที่ทำให้นักลงทุนเกิดความสบายใจสักอย่างนะจะบอกให้

ขนาดในรายของยานแม่ SCB ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ก็ยังถูกขายทุกครั้ง แต่โชคดีที่ครั้งนี้เป็นการอ่อนตัวหลังจากทะยานขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่บริเวณ 135 บาทเป็นครั้งที่ 2 “โมนิก้า” เลยโล่งใจได้นิดหนึ่งว่า การยืนปิดที่ระดับ 131.50 บาท ลบไป 2 บาท หรือลงไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.95 พันล้านบาท ยังเป็นการประคองตัวเหนือจุดเด้งที่บริเวณ 128 บาทก็เท่านั้นเอง

ส่วนรายที่น่าเห็นใจสุด ๆ คงหนีไม่พ้นในรายของ CBG เพราะทุกครั้งที่ไทยเกิดการปะทะหนักกับเขมรทีไร หุ้นตัวนี้โดนผลกระทบเต็ม ๆ แถมครั้งนี้ไทยประกาศกร้าวจะจัดการขั้นเด็ดขาด และไม่มีการเจรจาอีกต่อไป ก็ทำให้คนถือหุ้นสาดหุ้นทิ้งแบบไม่ลังเลใจ จนหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ 41.50 บาท ลบไป 3 บาท หรือลงไป 6.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 244 ล้านบาทแบบนี้ ก็มาจากความคิดที่ว่า ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในเขมรคงไม่เหมือนเดิมค่ะ

เหมือนกับในรายของเจ้าจำปี THAI ก็มีปัญหาสารพันเข้ามากระทบ แต่เรื่องหนึ่งที่ทำให้ราคาหุ้นทรุดลงเรื่อย ๆ คงหนีไม่พ้นกำไรไม่ตามเป้า ซึ่งเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้นักลงทุนสถาบันขายไม่หยุด “โมนิก้า” ถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 8.35 บาท ลบไป 0.40 บาท หรือลงไป 4.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 257 ล้านบาท อาจไม่ใช่จุดเด้งในเที่ยวนี้ เพราะสถานการณ์หลายอย่างไม่เป็นใจให้นะซี

เช่นเดียวกับในรายของ DOHOME ถูกขายหนักแบบไม่ทันตั้งตัว จนหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ 3.52 บาท ลบไป 0.22 บาท หรือลงไป 5.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 90 ล้านบาท ซึ่งเป็นการยืนปิดตรงจุดเด้งพอดีแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่วัดใจนักเล่นว่า วันนี้จะมีใครเป็นเจ้าภาพดันหุ้นไหม? เพราะตามตำราที่เคยร่ำเรียนมา วันนี้หุ้นต้องขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าดูจากปัจจัยแวดล้อม ก็ต้องพูดตามตรงว่า มีโอกาสลงต่อนะจ๊ะ

คล้ายกับสถานการณ์ของปูนใหญ่ SCC ที่วันนี้กลายเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่โดนขายแบบไม่มีเยื่อใย ซึ่งอีฉันเข้าใจว่า ทั้งหมดเป็นผลมาจากความกังวลที่มีต่อผลงานในไตรมาส 4 และกำไรในปี 69 ก็คงไม่ดีสักเท่าไหร่ ถึงทำให้นักลงทุนสถาบันรินหุ้นออกมาไม่ขาดสาย วานนี้จึงเห็นหุ้นลงมาปิดที่ 180.50 บาท ลบไป 3.50 บาท หรือลงไป 1.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 551 ล้านบาท และทำได้แค่ลุ้นว่า จุดเด้งยังทำงานดีเหมือนเดิมนะคะ

ป.ล. เมื่ออีฉันดูไป..ดูมา ชักจะเห็นด้วยกับคำพูดทีว่า ซื้อไปก็มีแต่เจ็บตัวเจ้าค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button