ITEL ยอมลด…เพื่อเพิ่ม.!

เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งกับโครงสร้างบอร์ดของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL...


เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งกับโครงสร้างบอร์ดของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL…ซึ่งบอร์ดเดิมหนีไม่พ้นเป็นคนของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือถ้าจะไปเทียบเชิญใครมา ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับ “กลุ่มอนันตรัมพร” ทั้งนั้น…

แต่ครั้งนี้มีชาวต่างชาติมานั่งเป็นบอร์ด 3 คนด้วยกัน ได้แก่ “อเล็กซานเดอร์ เอรี วีโบโว” เป็นกรรมการ, กรรมการกำกับดูแลกิจการ, กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งแทน “ลิลรฎา อนันตรัมพร” ที่ลาออกเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568

ตามด้วย “เถิง ปิ่งเฉวียน” เป็นกรรมการ, กรรมการบริหารความเสี่ยง, กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งแทน “สุวิชาญ นิลอนันต์” ที่ลาออกเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568 และ “เทียน ไช โซห์” เป็นกรรมการ, กรรมการบริหารความเสี่ยง, กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งแทน “สุวัฒน์ ปุณณชัยยะ”  ที่ลาออกเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2568

นอกจากนี้ ยังมี “พรธีรา ผาวิจิตร” นั่งกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ, ประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการ, กรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งแทน “อำนวย ปรีมนวงศ์” ที่ลาออกเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568

การเปลี่ยนแปลงบอร์ดของ ITEL เป็นผลพวงมาจากการเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง หรือ PP ให้กับ SEAX Asia Pte. Ltd. จำนวน 628 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 1.61 บาท คิดเป็นมูลค่า 1,011.08 ล้านบาท ส่งผลให้ SEAX Asia ขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ทันที ด้วยสัดส่วน 31.14% 

ส่วน “กลุ่มอนันตรัมพร” ที่ถือหุ้นใหญ่ผ่านบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ยอมลดสัดส่วนลงมาเหลือถือแค่ 33.82% จากเดิมถืออยู่ 49.12%

ในเชิงธุรกิจน่าสนใจ ด้วย SEAX Asia จัดตั้งในประเทศสิงคโปร์ มีฐานลูกค้าเคเบิลใต้น้ำและภาคพื้นดิน ศูนย์ข้อมูล และสถานีรับส่งสัญญาณเคเบิลระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วน ITEL ให้บริการโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงทั่วประเทศไทย ฉะนั้นลูกค้า SEAX Asia ถ้าอยู่ในประเทศไทย ก็ให้ ITEL ดูแลจัดการไป

เท่ากับว่า ITEL ได้ฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าของ SEAX Asia อีกทั้งในอนาคตมีโอกาสที่จะไปฟาดฟันในตลาดต่างประเทศ ทำให้พอร์ตของ ITEL ใหญ่ขึ้น..!!

ขณะเดียวกัน SEAX Asia ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ หรือ Strategic Partner ในอนาคตก็จะเกิดการ Synergy ร่วมกัน อาทิ การใช้ประโยชน์จากศักยภาพในการดำเนินงานภาคพื้นของ ITEL ควบคู่ไปกับการเข้าถึงโครงข่ายข้ามพรมแดนของ SEAX Asia  จะทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้นในการติดตั้ง มีความยืดหยุ่นสูง และการเชื่อมต่อสู่ระดับภูมิภาคเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เป็นต้น

ก็จะทำให้ ITEL จะมีศักยภาพในการเติบโตมากขึ้น…

เลยเป็นที่มาของการยอมลด (สัดส่วนการถือหุ้น)…เพื่อเพิ่ม (มูลค่า) ในอนาคตนั่นเอง..!!

ตอกย้ำด้วยรายงานของบริษัท McKinsey ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยถึงเกือบ 20% ต่อปี จากการใช้งานระบบดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและผู้บริโภคระดับต่าง ๆ รวมไปถึงบริการดิจิทัลอื่น ๆ เช่น บริการระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง และระบบการชำระเงินออนไลน์ 

ทั้งหมดเป็นตัวผลักดันความต้องการใช้งานโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสง และบริการเชื่อมต่อข้อมูลข้ามพรมแดนที่มีความเสถียรสูง รองรับได้ทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัล แพลตฟอร์มผู้ให้บริการสื่อผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) รวมทั้งบริษัทข้ามชาติ

แหม๊…ต่อไปถ้าไม่เห็น ITEL เติบโตแบบกระโดดโลดเต้นก็ให้มันรู้ไปสิ…

นี่ไม่นับรวมที่ ITEL กำลังซุ่มปิดดีลต่าง ๆ อีกนับไม่ถ้วน เพื่อเดินหน้าสร้างการเติบโต แต่อย่าให้  Said เลย…รอฟังจากปาก “เฮียเก็ท-ณัฐนัย อนันตรัมพร” เองจะดีกว่า…

ส่วนช่วงนี้ที่เห็นราคาหุ้น ITEL ทำตัวเป็นสายย่อ…ย่อแล้วย่ออีก อย่าเพิ่งตกใจไป อาจเป็นจังหวะให้ช้อปของดีราคาถูกก็ได้นะ…

อย่าลืมว่าระยะทางพิสูจน์ม้า…กาลเวลาพิสูจน์คนนะเจ้าคะ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button