
หุ้นกู้ ชนักติดหลังบจ.!
ดูท่าตลาดหุ้นกู้มีความสุ่มเสี่ยงจะเกิดวิกฤตอีกแล้วครับพี่น้องงง...สะท้อนได้จากยอดรวมมูลค่าหุ้นกู้ภาคเอกชนที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2569
ดูท่าตลาดหุ้นกู้มีความสุ่มเสี่ยงจะเกิดวิกฤตอีกแล้วครับพี่น้องงง…สะท้อนได้จากยอดรวมมูลค่าหุ้นกู้ภาคเอกชนที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2569 มีมูลค่าสูงถึง 8.75 แสนล้านบาท นำมาสู่ความกังวลเรื่องความเสี่ยงในการไถ่ถอนหุ้นกู้ ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา..!!
ขณะที่สถานการณ์ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีภาระหนี้หุ้นกู้จะแบ่งเป็น 3 ระดับด้วยกัน 1) กลุ่มที่จ่ายคืนหนี้ได้สบาย ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องแต่อย่างใด
2) กลุ่มที่ประคองตัว จ่ายได้แค่ดอกเบี้ย และอาจต้องเพิ่มดอกเบี้ยให้สูงขึ้นเพื่อแลกกับการขอยืดอายุหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ออกไป
และ 3) กลุ่มที่ผิดนัดชำระไปแล้ว มีปัญหาด้านสภาพคล่องจนไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ อาทิเช่น บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF ซึ่งผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3 รุ่น ได้แก่ ECF255B จำนวน 6.66 ล้านบาท, ECF262A จำนวน 1.06 ล้านบาท และ ECF28NA จำนวน 1.96 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 9.68 ล้านบาท โดยหุ้นกู้ทั้ง 3 รุ่นมีผู้ถือหุ้นกู้รวม 128 ราย
ขณะที่หุ้นกู้ ECF255B มียอดคงค้าง 179 ล้านบาท และ ECF262A มียอดคงค้าง 28 ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 17 พ.ย. 2569 ส่วน ECF28NA มียอดคงค้าง 49.50 ล้านบาท และจะครบกำหนดในวันที่ 17 พ.ย. 2571
ตามด้วยบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF ผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ 5 รุ่น ซึ่งครบกำหนดระหว่างวันที่ 7-11 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมมูลค่า 10.18 ล้านบาท ประกอบด้วย PF264A, PF265B, PF268A, PF25NA และ PF258B แต่ล่าสุด PF ได้จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่นครบแล้ว แหม๊…ค่อยโล่งอกหน่อย
ด้านบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND ผิดนัดชำระเงินต้นงวดที่ 1 จำนวน 4.30 ล้านบาท และดอกเบี้ยอีก 1.11 ล้านบาท ของหุ้นกู้รุ่น GRAND259B ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ทำให้ตอนนี้ GRAND ต้องสาละวนอยู่กับการปิดดีลขายทรัพย์สิน และการหาวงเงินสินเชื่อจากแหล่งอื่นเพื่อมาจ่ายหนี้หุ้นกู้ภายใน 15 วันนับจากวันครบกำหนด โดยหุ้นกู้รุ่นนี้มีมูลค่า 85.9 ล้านบาท และจะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 12 พ.ค. 2571 ซึ่งเป็นหุ้นกู้แบบทยอยคืนเงินต้น
ส่วนที่อยู่ในข่ายต้องจับตาเป็นพิเศษจน ก.ล.ต.ต้องออกโรงเตือนผู้ถือหุ้นกู้นั้น ก็มีหลายบริษัทด้วยกัน แต่ที่มีคิวชี้ชะตาวันนี้ มะรืนนี้ เห็นจะเป็นบริษัท เอเซีย พรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ APCS ซึ่งจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นกู้รุ่น APCS246A และ APCS24NA ในวันที่ 28 พ.ค. 2569 เพื่อขอยืดอายุการไถ่ถอนหุ้นกู้ และขอเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระคืนเงินต้น
ฟากบริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY มีนัดหมายประชุมผู้ถือหุ้นกู้จำนวน 6 รุ่น ได้แก่ RICHY253A RICHY255A RICHY255B RICHY259A RICHY263A และ RICHY268A ในวันที่ 29 พ.ค. 2569 นี้ โดยมีข้อเสนอจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ เพื่อแลกกับยืดอายุการไถ่ถอน และขอปรับเงื่อนไขการชำระดอกเบี้ย
ไม่นับรวมอีกหลาย ๆ บริษัทที่ตอนนี้ยังเก็บอาการอยู่…ฝียังไม่แตกออกมาให้เห็นนะออเจ้า..!?
สิ่งที่น่าสนใจ ถ้าไล่ดูรายชื่อบริษัทที่มีปัญหาเรื่องการชำระหนี้หุ้นกู้ จะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในปีนี้มีหุ้นกู้อสังหาฯ จะครบกำหนดไถ่ถอนราว 1.4 แสนล้านบาท ในขณะที่สถานการณ์ของผู้ประกอบการอสังหาฯ อยู่ในภาวะขายของยากขึ้น…ยอดโอนห้องชุดคอนโดมิเนียมและบ้านแทบไม่เติบโต สาเหตุมาจากการปฏิเสธสินเชื่อของแบงก์ที่สูงลิบลิ่ว
ทำให้บริษัทอสังหาฯ ต้องปรับกลยุทธ์กันขนานใหญ่ มีการตัดขายแอสเซทเพื่อประคองตัว…เติมสภาพคล่องกันจ้าละหวั่น..!!
อย่างบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีแผนจะขายโรงแรม 5 แห่ง มูลค่าราว 1,500-1,800 ล้านบาท รวมทั้งการขายสินทรัพย์เข้ากองรีท ขณะที่ PF เตรียมขายอาคารสำนักงาน 6 ชั้นริมถนนสีลม มูลค่า 150 ล้านบาท และขายที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ 8 ไร่ ทำเลใกล้ไอคอนสยาม มูลค่า 2,000 ล้านบาท
งั้นถ้าจะบอกว่า หุ้นกู้ได้กลายเป็นชนักติดหลัง บจ.ไปแล้ว…ก็คงไม่เกินความจริง..!!
แต่ถ้าไม่ใช่…ก็เอาปากกามาวงได้นะ
…อิ อิ อิ…