หงอยตามเคย!

สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในวัน “ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” คงมีอาการเหงาหงอยเหมือนเช่นทุกปี เพราะนักลงทุนชะลอการลงทุนกันเป็นแถว


สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในวัน “ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” คงมีอาการเหงาหงอยเหมือนเช่นทุกปี เพราะนักลงทุนชะลอการลงทุนกันเป็นแถว และหนีไปเที่ยวเพื่อความสบายใจ ผนวกกับมีกูรูทางด้านเศรษฐกิจออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในปีหน้าจะแย่ลงกว่าปีที่ผ่านมา เลยกลายเป็นแรงกดดันให้นักลงทุนไม่อยากช้อนหุ้นเมื่ออ่อนตัวลงมาอีกครั้งไงล่ะตัวเอง

ประกอบกับสารพันปัญหายังถาโถมเข้าใส่ประเทศไทยไม่หยุดหย่อน “โมนิก้า” เลยเกิดอาการท้อแท้เหมือนกับคนอื่น ๆ และที่แย่หนักไปกว่านั้นก็คือ เมื่อแก้ปัญหาตรงจุดหนึ่ง ดันเจอปัญหาใหม่อีกจุดหนึ่ง ซึ่งทำให้แต่ละวิธีที่จะนำมาใช้ “มีได้มีเสีย” และกลายเป็นความเสี่ยงที่แต่ละคนต้องบริหารจัดการกันเอาเองแบบนี้..อีฉันถึงมีอาการปวดกบาลบ่อยเหลือเกินในช่วงที่ผ่านมานะจะบอกให้

คิดดูแล้วกัน!..วันนี้ตลาดหุ้นไทยถือว่าถูกมากในระดับหนึ่ง แต่ยังมีแรงขายออกมาเป็นระลอก จนดัชนีแกว่งตัวตุปัดตุเป๋ตั้งแต่เช้า ก่อนจะยืนปิดไปที่ระดับ 1,254.03 จุด ลบไป 5.22 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.37 หมื่นล้านบาท ก็เดาทางได้ทันทีว่า วันนี้คงไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าเดิม และเปิดปีใหม่ขึ้นมา ก็คงไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น เพราะสถานการณ์โดยรวมไม่เอื้อให้นักลงทุนตะลุยซื้อหุ้นแบบสุดซอยพะยะค่ะ

รายแรกที่ต้องพูดถึงคือ IVL ปรับตัวลดลงเกิน 30% และยังต้องลุ้นให้ปีหน้ากลับมามีกำไรแบบนี้ “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่ราคาหุ้นยังผ่าน 16.70 บาทขึ้นไปได้สักที! เพราะหุ้นปิโตรเคมีทั่วโลกก็ตกอยู่ในสถานการณ์ขาดทุนเรื้อรังกันทั้งนั้น อีฉันเลยเดาทางไม่ออกจริง ๆ ว่า ปัจจัยไหนจะเป็นตัวเร่งให้หุ้นขึ้นไปอย่างมั่นคง แถมการยืนปิดที่ระดับ 16.20 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 0.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 226 ล้านบาท ก็ไม่รู้จะไปต่อได้อีกไหมเจ้าคะ

ขนาดหุ้น OSP ทำผลงานปีนี้ได้ค่อนข้างดี และยังมีปันผลติดปลายนวมในระดับ 3% แต่ราคาหุ้นก็ยังขยับขึ้นไม่ไกลแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องความเชื่อมั่นมากกว่าเรื่องพื้นฐาน ผนวกกับนักเล่นมองสถานการณ์เศรษฐกิจปีหน้ายังแย่เหมือนเดิม ซึ่งจะกระทบกับกำลังซื้อของประชาชน อย่างมีนัยสำคัญ วานนี้จึงเห็นหุ้นทำได้แค่ประคองตัวยืนที่ระดับ 15.80 บาท ซึ่งเป็นภาพเดิม ๆ ที่หุ้นไม่เคยวิ่งเกิน 17 บาทในช่วง 3 เดือนนี้นะจ๊ะ

ส่วนรายที่น่าห่วงกลายเป็นหุ้นรถไฟฟ้ามาหานะเธอ BTS หลังราคาหุ้นอยู่ในลักษณะซึมลงต่อเนื่องเป็นเวลาร่วมปี “โมนิก้า” จึงรู้ได้ทันทีว่า การยืนปิดที่ระดับ 2.24 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 84 ล้านบาท อาจไม่ใช่ราคาต่ำสุดของเที่ยวนี้กระมัง!  เพราะสิ่งที่นักเล่นตั้งคำถามรัว ๆ ตั้งแต่ต้นปีคือ อนาคตของหุ้นตัวนี้จะเป็นอย่างไร? หากบริษัทเหลือแค่รายได้จากการรับจ้างเดินรถนะซี

คล้ายกับพ่อดอกมะลิ JAS ที่ปีนี้โดนรินขายตลอดเวลา จนหุ้นโงหัวไม่ขึ้นสักกะที ต่อจากนั้นก็ทรุดลงกลับมากองอยู่ที่ 1.20 บาทในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนในครึ่งปีหลังดีขึ้นมาหน่อยตรงที่หุ้นพยายามปักหลักที่บริเวณ 1.30 บาทอย่างเหนียวแน่นอน “โมนิก้า” เลยไม่แน่ใจว่า การยืนปิดที่ระดับ 1.34 บาท ลบไป 0.01 บาท หรือลงไป 0.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 18 ล้านบาท ยังน่าแทงสวนเหมือนรอบก่อนไหม? เพราะภาพรวมดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่จ้า!

ปิดท้ายกันที่ดราม่าสด ๆ ร้อน ๆ ที่เกิดขึ้นกับ WARRIX กันสักหน่อย หลังโลกออนไลน์รุมถล่มผู้บริหารเรื่องซื้อรถมือสอง 4 คัน มูลค่ารวม 5.95 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อจากบริษัทที่เกี่ยวโยงกับผู้ถือหุ้นใหญ่ “วิศัลย์” คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.91% และถือหุ้นทางอ้อมใน “บ.วัน ฮันเดรด”  ผ่านทาง “น้องสาว” และ “ภรรยา” ในสัดส่วน 100% แบบนี้..เหมาะสมหรือไม่? ไปคิดกันเอาเองค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button