
ถึงเวลาที่หุ้นต้องพัก
ในที่สุดก็ใกล้ถึงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยต้องพักตัว เพื่อรอเวลาเทคตัวผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,550 จุดในไม่ช้า
ในที่สุดก็ใกล้ถึงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยต้องพักตัว เพื่อรอเวลาเทคตัวผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,550 จุดในไม่ช้า และสาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” เชื่อเช่นนั้นก็เป็นผลมาจากตลาดหุ้นเริ่มเคลื่อนตัวเข้าเขตซื้อมากเกินไป ขณะเดียวกันจะเห็นว่า หุ้นหลายตัวเด้งรับข่าวดีไปหมดแล้ว รวมถึงแรงหนุนจากอิทธิพลตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มซาลงอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ เริ่มขายหุ้นออกมาอีกรอบนะจ๊ะ
ที่สำคัญคือ วันนี้เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ อีฉันเลยเชื่อว่า การขายหุ้นทำกำไรออกไปก่อน น่าจะเป็นแนวทางที่ดีสุดในจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มหนืดๆ พร้อมกันนี้อย่าลืมว่า เที่ยวก่อนดัชนีก็จบรอบตรงแนวต้านดังกล่าว “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนประเมินการพุ่งขึ้นมาที่ระดับ 1,541.96 จุดตั้งแต่หัววัน แต่สุดท้ายลงมายืนปิดที่ระดับ 1,532.67 จุด บวกไป 4.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.47 หมื่นล้านบาท มันคือแรงส่งที่ขาดตอนอะป่าว?
เหมือนกับในรายของ HANA ยังทำผลงานไม่ได้เรื่อง แต่บรรดาขาใหญ่ และโบรกฯ ต่างชาติ ยังออกหน้าเชียร์หนักแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของพวกมากลากไป ซึ่งเป็นเกมที่วัดใจคนเล่นว่า ใครอึดกว่ากัน! อีฉันเลยไม่ต้องสาธยายอะไรให้ฟังมากมาย เพราะการยืนปิดเสมอตัวที่ระดับ 34.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.68 พันล้านบาท มันเป็นการเขย่าหุ้น ต่อจากนั้นจะมีคนมาลากใหม่เจ้าค่ะ
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องกลับมาเอ่ยถึงหุ้น IRPC อีกรอบ เพราะหุ้นยังแกว่งตัว “ขึ้น ๆ ลง ๆ” ในกรอบ 1.95-2.04 บาทร่วมสัปดาห์ ทั้งที่คนทั่วไปต่างรู้ดีว่า กำไรไตรมาส 2 ยังออกมาดีเหมือนกับไตรมาส 1 แต่ที่หุ้นชะลอตัวก็เป็นผลมาจากหุ้นกำลังทดสอบแรงขายให้สะเด็ดน้ำเสียก่อน! อีฉันเลยเชื่อว่า นี่เป็นช็อตของการทยอยเก็บหุ้น เพราะราคาปิดที่ระดับ 2.04 บาท เป็นการเทรดบน PE 7.60 เท่าเองจ้า
สำหรับรายที่อยู่ในช่วงพักฐานยาวอย่างเจ้าจำปี THAI กลายเป็นหุ้นที่อีฉันไม่แน่ใจว่า คัมแบ็กไหม? เพราะผลงานในงวดที่ผ่านมาก็ดูดี แต่ดันไม่มีใครกล้าเล่น แถมกังวลช่วงโลว์ซีซั่นไตรมาส 2-3 ผลงานจะออกมาไม่ดี หุ้นเลยจำศีลอยู่ในถ้ำเป็นเวลานาน แต่วานนี้หุ้นเริ่มขยับขึ้นมาปิดที่ระดับ 6.10 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 2.52% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 265 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 5.40 เท่า จึงน่าจับตานะออเจ้า
คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้น LH ที่ขยับตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 3.66 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 1.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 111 ล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับขาลุย แต่เมื่อดูแพทเทิร์นของหุ้นก่อนหน้านี้ ก็ทำให้รู้ว่า นี่เป็นแค่การเด้งกลับช่วงสั้น แถมยังมีความกังวลเรื่องกำไรไม่โต เพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีกำไรซื้อ และแบงก์ไม่ยอมปล่อยกู้แบบนี้..ขึ้นไม่ไกลหรอกค่ะ
ส่วนรายที่ทำผลงานได้ดี แต่ราคาหุ้นไม่เด้งรับอย่าง UNIX ถือเป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับคนที่เน้นลงทุนระยะยาว เพราะเมื่อดูพื้นเพของหุ้นก่อนเข้าตลาดหุ้น ถือเป็นบริษัทที่ทำผลงานดี และทันทีที่เข้าตลาดหุ้นก็จ่ายปันผลในระดับ 6% “โมนิก้า” เลยมองราคาหุ้นที่ระดับ 1.72 บาท เทียบกับไอพีโอที่ระดับ 1.89 บาท สามารถลงทุนได้สบาย ๆ เพราะหุ้นเทรดบน PE 6.90 เท่าเองพะยะค่ะ
เช่นเดียวกับในรายของ MASTEC ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหุ้นที่ล้อไปกับนวัตกรรมประหยัดพลังงาน ก็โชว์ศักยภาพในการเติบโตให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ในไตรมาส 1 ขณะที่ไตรมาส 2 ผู้บริหารก็มั่นใจว่า โตต่อ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนประเมินการยืนปิดที่บริเวณ 1.28 บาท เทียบกับผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 10% พ่วงด้วยการเทรดของหุ้นอยู่บน PE 11.60 เท่า ควรค่าต่อการลงทุนระยะยาวไหมเอ่ย?
โมนิก้าและทีมงาน