กดไม่ลง..ก็บวกโชว์

สิ่งที่อีฉันอยากให้ทุกคนช่วยกันคิดก็คือ การซื้อหุ้นต่อเนื่องของรายย่อย จนยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปีขึ้นไปเลยระดับ 3 หมื่นล้าน


สิ่งที่อีฉันอยากให้ทุกคนช่วยกันคิดก็คือ การซื้อหุ้นต่อเนื่องของรายย่อย จนยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปีขึ้นไปเลยระดับ 3 หมื่นล้าน ส่วนนักลงทุนต่างชาติก็ซื้อเกินระดับ 2 หมื่นล้าน ขณะที่ป๊อบเทรดซื้อไปถึงระดับ 8 พันล้าน จึงเหลือแค่กองทุนที่ยังใช้วิธีรินหุ้นออกมาเรื่อย ๆ จนยอดขายสุทธิพุ่งเกินระดับ 6 หมื่นล้านแบบนี้..ใช่ตัวบั่นทอนการทะยานขึ้นของดัชนีต่อจากนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ

ส่วนตัวอีฉันคิดว่า ไม่ใช่ตัวบั่นทอนแต่อย่างใด! เพราะสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า ในช่วงที่กองทุนขายหุ้นออกมาเรื่อย ๆ ดัชนียังสามารถขยับตัวจากระดับ 1,330 จุด ขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้เลย ซึ่งใช้เวลาในการไต่ระดับ 2 เดือนแบบนี้ “โมนิก้า” ถึงมองการยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,528.43 จุด บวกไป 11.74 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.92 หมื่นล้านบาท คือรูปแบบการเข้ามาเก็บหุ้นอย่างจริงจังนะออเจ้า

ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า หุ้นแถวหนึ่ง หุ้นแถวสอง และหุ้นแถวสาม ยังมีมูลค่าต่ำกว่าความจริงหลายตัว เมื่อนำมาผนวกกับความหวังที่เชื่อกันว่า ขุนคลังอย่าง “เอกนิติ” จะกระตุ้นเศรษฐกิจสำเร็จเหมือนที่วางแผนไว้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส 2-3 สามารถเดินต่อได้ และไม่ทรุดแรงเหมือนที่กังวลแบบนี้ เลยเป็นจังหวะที่นักลงทุนกล้าลุยหุ้นในช่วงที่ผ่านมา  และมีลุ้นเห็นหุ้นขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,550 จุดในเร็ว ๆ นี้อีกด้วยนะจ๊ะ

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงน้องมิ้น MINT ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะภาพที่สะท้อนออกมาหลังจากหุ้นไหลลงจากการรับรู้กำไรหดตัวก็คือ หุ้นเริ่มขึ้นใหม่อย่างช้า ๆ และแกว่งตัวออกด้านข้าง เพื่อรอจังหวะเทคตัวอีกครั้งแบบนี้..อีฉันถึงอยากให้นักลงทุนประเมินการยืนปิดที่ระดับ 21.90 บาท บวกไป 0.20 บาท หรือขึ้นไป 0.92% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 756 ล้านบาท ซึ่งเป็นบริเวณฐานเดิมที่หุ้นย่ำสัปดาห์กว่า ๆ น่าซื้อไหมจ๊ะ

สถานการณ์ข้างต้นคล้ายกับการเคลื่อนตัวของหุ้น JMT อีฉันจึงอยากให้นักลงทุนดูการเคลื่อนตัวจาก 9.50 บาท ขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 11 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 3.77% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 374 ล้านบาท เหมาะต่อการ follow buy มากน้อยขนาดไหน? เพราะการปรับทัพใหญ่ของ “พี่ตุ้ม” ในคราวนี้ เหมือนต้องการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ให้กับอาณาจักรตระกูลเจนะซี

ส่วนรายที่ลุ้นเด้งกลับ หลังลงมาถึงจุดเด้งอย่างหุ้น MTC ถือเป็นช็อตที่อีฉันสนใจอย่างแรง เพราะการยืนปิดที่ระดับ27.75 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 1.77% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 432 ล้านบาท มันคือบริเวณที่หุ้นเด้งกลับขึ้นไปที่ 32 บาท ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้งในช่วงระยะเวลา 2 เดือนครึ่ง ผนวกกับกำไรไตรมาส 1 ก็ยังโตดีเหมือนที่คาดหวัง อีฉันถึงมองว่า การเทรดบน PE 8.60 เท่า มีความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ นะจ๊ะ

สำหรับหุ้นที่มีเรื่องเทิร์นอะราวด์เป็นตัวบิ้วอารมณ์อย่าง STA ก็เป็นหุ้นอีกตัวที่ “โมนิก้า” ให้ความสนใจไม่แพ้กัน เพราะเมื่อดูจากการยืนปิดที่ระดับ 18.70 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 1.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 158 ล้านบาท ย่อมเป็นจุดที่ทำให้เชื่อว่า การย่อตัวลงมาเป็นจังหวะของการทยอยเก็บเข้าพอร์ต เพราะของมันเคยเห็นกันมาแล้วว่า วัฏจักรขาขึ้นของหุ้นเคยขึ้นไปถึงระดับ 26 บาทนะซี

ปิดท้ายกันที่หุ้น KGEN ที่มีบรรดาเดอะแบกช่วยกันดันหุ้นจากระดับ 0.50 บาทเมื่อเดือน ธ.ค. 68 จนล่าสุดเห็นหุ้นยืนปิดที่ระดับ 1.62 บาท ลบไป 0.12 บาท หรือลงไป 6.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 46 ล้านบาท  “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของคนที่ชอบเผือกร้อน จึงไม่กังวลกับผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ปัญหาขาดทุนเรื้อรัง หรือพันธมิตรใหม่ที่จะเข้ามาต่อลมหายใจ มันจะเกิดขึ้นจริงเหรอ?..เฮียหลินช่วยตอบหน่อยเถอะ..อิอิอิ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button