
พาราสาวะถี
ปีงูเล็กกำลังจะผ่านพ้นไป ก้าวเข้าสู่ปีม้าไฟ 2569 มีสองสถานการณ์ให้ติดตามใกล้ชิด ชายแดนไทย-เขมร กับ การเมืองว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ที่ควบคู่กับการเข้าสู่โหมดหยุดยาว
ปีงูเล็กกำลังจะผ่านพ้นไป ก้าวเข้าสู่ปีม้าไฟ 2569 มีสองสถานการณ์ให้ติดตามใกล้ชิด ชายแดนไทย-เขมร กับ การเมืองว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ที่ควบคู่กับการเข้าสู่โหมดหยุดยาวนั้น คงเป็นการเฝ้าติดตามผลของการหยุดยิงที่จะครบ 72 ชั่วโมงของเที่ยงวันวันนี้ (30 ธันวาคม) ทหารกล้าของไทยเราจะได้ พักยาว หรือแค่ “พักยก” ทั้งหมดขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายด้วยความที่ไว้ใจไม่ได้ นั่นจึงทำให้กองทัพไทยสั่งการไปยัง ทหารแนวหน้าตั้งตนอยู่ในความพร้อมรบตลอดเวลา
เมื่อพิจารณาจากผลของการหารือระหว่าง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศ กับ ปรัก สุคน รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศเขมร ที่เมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน ประเทศจีน โดยมี หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นคนกลาง ก็น่าจะเป็นสัญญาณให้ผู้มีอำนาจของเขมรไม่กล้าที่จะเปิดเกมสู้รบกับไทยเป็นรอบที่ 3
ด้วยเหตุผลที่ว่าประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เห็นแล้วว่า การหนุนหลังเขมรภายใต้การชี้นำของล็อบบี้ยิสต์มะกันนั้น ไม่ได้ก่อประโยชน์ใด ๆ ขณะเดียวกัน การเข้ามามีบทบาทของจีนก็เท่ากับเป็นการบีบตระกูลฮุนไปในตัว แม้ว่าหวังอี้จะย้ำบทบาทของจีนในการนัดหมายรัฐมนตรีของสองประเทศหารือครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปในฐานะผู้ชี้นำ ครอบงำหรือสั่งการว่าจะต้องทำตามอย่างหนึ่งอย่างใด เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกเพื่อให้คู่กรณีได้มีเวทีคุยกันอย่างเปิดอกเท่านั้น
ถือเป็นการใช้ “วิถีเอเชีย” ตามที่สีหศักดิ์ได้พูดในการแถลงข่าว จีนน่าจะเข้าใจจุดยืนของไทยเป็นอย่างดี ที่ย้ำเรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชาต้องแก้ไขระหว่างสองประเทศ แม้ว่าประเทศที่สามจะมีความปรารถนาดี อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแล้วเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศต้องแก้ไขให้ได้ ขณะเดียวกันจีนรู้ถึงแก่นแท้ต่อพฤติกรรม การกระทำต่าง ๆ ของเขมรที่ผ่านมา ในฐานะพี่เบิ้มของเอเชียก็ต้องหาหนทางให้คู่ขัดแย้งหยุดการเข่นฆ่าให้ได้ ไม่ใช่แค่สันติภาพของทวีป แต่หมายถึง การแสดงบทบาทที่เหนือกว่าการกดข่มอย่างที่ผู้นำสหรัฐฯ ทำในห้วงเวลาที่ผ่านมา
เป็นไปตามที่รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยพูดในการแถลงข่าว จีนเน้นมาก ๆ ไม่ได้เข้ามาเพื่อจะชี้นำว่าต้องทำอะไร เพราะ ถ้าตกลงกันด้วยการชี้นำของประเทศที่สาม มันจะไม่ยั่งยืนและไม่เกิดประโยชน์ คู่ขัดแย้งต้องคุยกันโดยตรง ตบท้ายด้วยการแถลงข่าวร่วม เพื่อให้การสรุปผลของการประชุม เป็นแนวทางที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างตรงกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่การแถลงข่าวฝ่ายเดียวเพื่อสร้างความได้เปรียบ และเกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา
ดังนั้น การหารือที่จีนเป็นแม่งาน มันจะสอดรับกับผลของการหยุดยิง 72 ชั่วโมง ที่จะเกิดประโยชน์ต่อเขมรโดยตรงหาไม่มีการบิดพลิ้วภายหลัง เพราะทางไทย จะเริ่มกระบวนการส่งทหารเขมร 18 คนให้กับกัมพูชา ซึ่งจะดำเนินการโดยมี คณะกรรมการกาชาดสากลหรือไอซีอาร์ซี เป็นสักขีพยาน เพื่อให้รับรองว่าระหว่างที่ทหารเขมรอยู่ในการดูแลของฝ่ายไทยได้รับการปฏิบัติอย่างดี โดยการดำเนินการนี้สิ่งที่ฝ่ายไทยจะต้องได้ตอบแทนมาจากฝั่งเขมรคือ ถ้ามีคนไทยติดค้างที่ปอยเปตต้องการจะกลับประเทศ เขมรต้องอำนวยความสะดวกให้คนไทยได้เดินทางกลับมาได้โดยปลอดภัย
ขึ้นชื่อว่าเขมรกับความไว้ใจไม่ได้นั้น ปรากฏจากการแถลงของศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ระบุว่า คืนวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา พบโดรนบินล้ำเขตน่านฟ้าไทยในพื้นที่ช่องพระพะลัย ศรีสะเกษ และช่องอานม้า เนิน677 อุบลราชธานี การกระทำเช่นนี้ ถือเป็นการละเมิด Joint Statement ที่ได้ลงนามกันหลังการประชุมจีบีซี ถือเป็นละเมิดอธิปไตยทางอากาศ แม้ไม่ใช้การโจมตีโดยตรง แต่ก็ทำให้เกิดการหวาดระแวง และยั่วยุระหว่างกันได้ จึงเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับถ้อยแถลงร่วม
ทั้งนี้ ทางฝ่ายกองทัพคงต้องส่งเรื่องประท้วงผ่าน คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนหรือ AOT พร้อมกับประสานให้กระทรวงการต่างประเทศส่งเรื่องประท้วงตามหลักสากลที่ทำได้ เขมรคงทำได้เท่านี้ไม่ย่ามใจเหมือนที่ผ่านมา เพราะผลจากการยั่วยุโดยกำลังทางทหารนั้น ก็เห็นหายนะที่ตามมาแล้วจากการสู้รบรอบที่สอง แม้เบื้องต้นทางฝ่ายกองทัพไทยยืนยันจะไม่มีการยกระดับหรือการตอบโต้ทางทหาร แต่ถ้ายังมีการยั่วยุ หรือทำให้เห็นว่ามีความพยายามจะรุกรานอีก คงหนีไม่พ้นที่จะต้องใช้กำลัง และหนนี้น่าจะจัดหนักกว่าเดิม
การเมืองที่เป็นสีสันส่งท้ายทุกปีว่าด้วยการตั้งฉายาของสื่อประจำทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ปีนี้ฝั่งตามฝ่ายบริหารงดเว้นการตั้งฉายาเพราะมีการยุบสภาไปแล้ว เป็นรัฐบาลรักษาการ เกรงว่าจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง แต่ฟากสภานักข่าวยังคงเดินหน้า มีงดเว้นเพียงแค่ฉายาของประธานสภาฯ ผู้นำฝ่ายค้าน และดาวเด่น ด้วยเหตุผลเดียวกับนักข่าวทำเนียบฯ หวั่นจะมีการนำไปโจมตีกันในระหว่างการหาเสียง เกิดผลได้เสียกันทางการเมือง
แต่เอาแค่ฉายาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก็ช่วยฉายภาพให้เห็นความฟอนเฟะของนักเลือกตั้งและพวกอ้างว่าผ่านการเลือกตั้งอย่าง สว.ได้เป็นอย่างดี กับฉายา “รังหนอนสีเทา” ของสภาล่าง กับ “รังของหนู” ของสภาสูง ไม่ต้องไปอ่านคำอธิบายของนักข่าวสภาเชื่อได้ว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อได้เป็นอย่างดี ด้วยความสีเทาของคนการเมืองในหลายพรรค ถึงขั้นมีการประกาศไม่จับมือกับบางพรรคในการตั้งรัฐบาล เช่นเดียวกับวุฒิสภาสิ่งที่เห็นและเป็นไปรู้ ๆ กันอยู่ว่า ใครพวกไหน เป็นพวกมีปลอกคอไม่ใช่อิสระอย่างที่พล่ามกัน แต่อย่างใด
อรชุน