
‘จีน’ กุมบังเหียนพลังงานทางเลือกโลก
การปรับปรุงตลาดไฟฟ้าของจีนกำลังกระตุ้นภาคธุรกิจของการจัดเก็บพลังงานของประเทศ สอดคล้องดีมานด์ระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น
การปรับปรุงตลาดไฟฟ้าของจีนกำลังกระตุ้นภาคธุรกิจของการจัดเก็บพลังงานของประเทศ สอดคล้องดีมานด์ระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างเร่งตัว ทำให้บรรดาผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่กักเก็บพลังงานของจีนจากเดิมที่ครองตลาดโลกอยู่แล้วมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว..!!
ปีนี้จีนจะมียอดส่งออกเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เพื่อการจัดเก็บพลังงานเพิ่มขึ้น 75%
โดยการส่งออกแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและกักเก็บพลังงานของจีน มูลค่ากว่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอกย้ำความเป็นผู้นำภาคส่วนสำคัญต่อการสำรองพลังงานลม, พลังงานแสงอาทิตย์ และการรักษาระดับกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้สำหรับศูนย์ข้อมูลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่าง ๆ
จากตัวเลขยอดขายที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถูกขับเคลื่อนโดยศูนย์ข้อมูลและพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศต่าง ๆ รวม ถึงการปฏิรูปและการให้เงินอุดหนุนของจีน ช่วยกระตุ้นดีมานด์โดยรวมสำหรับการกักเก็บพลังงานสำรองโครงข่ายไฟฟ้า ที่เก่าแก่ของยุโรป ควบคู่กับการเติบโตอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูลที่กำลังเฟื่องฟูของจีนในตะวันออกกลาง
ข้อมูลจาก Ember สถาบันวิจัยด้านพลังงาน ระบุว่า การส่งออกแบตเตอรี่ของจีน รวมถึงแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน ทำสถิติสูงสุด 6.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ โดยแบตเตอรี่ เป็นสินค้าส่งออกเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ที่ทำกำไรได้มากสุดของจีน นับตั้งแต่ปี 2565 แซงหน้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบเซลล์แล้ว
โดยจะมีการเติบโตต่อเนื่องอีกช่วงปีหน้า เนื่องจากบริษัทที่ปรึกษา Infolink ประเมินว่า การจัดส่งเซลล์กักเก็บพลังงานทั่วโลก อาจเพิ่มขึ้นเป็น 800 กิกะวัตต์ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 33-43%
ข้อมูลของ China Electric Vehicle Industry Technology Innovation Strategic Alliance ระบุว่า การส่งออกแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานและแบตเตอรี่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่สำหรับยานยนต์ของจีน เพิ่มขึ้น 51.4% ช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เร็วกว่าการเติบโตของการส่งออกแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่อยู่ระดับ 40.6%
จีนมีระบบเก็บพลังงานแบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็นประมาณ 40% ของทั้งหมดทั่วโลก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากข้อกำหนดของรัฐบาลท้องถิ่น ที่ให้ผู้พัฒนาทั้งหลายเพิ่มระบบกักเก็บพลังงานโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยปีนี้กำลังผลิตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานของจีน แซงหน้ากำลังการผลิตของระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแบบดั้งเดิม ที่เป็นเทคโนโลยีที่มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์มากกว่า โดยใช้น้ำที่กักเก็บไว้หลังเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้า
อย่างไรก็ตามกำลังการผลิตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้งาน เนื่องจากไม่คุ้มค่าที่จะดำเนินการ รูปแบบดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป หลังจากการปฏิรูปหลายอย่างช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กำหนดให้โครงการต่าง ๆ ที่สร้างใหม่ต้องขายพลังงานผ่านการประมูลตามกลไกตลาด แทนที่จะเป็นอัตราคงที่ ส่งผลให้การดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานสำรอง สามารถสร้างกำไรได้มากขึ้นจากการชาร์จไฟเมื่อราคาต่ำและปล่อยพลังงานมาใช้เมื่อราคาสูง
ขณะที่สภาไฟฟ้าของจีน ระบุว่า โรงไฟฟ้าพลังงานสำรองเปิดใช้งานนานขึ้นช่วงไตรมาส 3/68 หลังจากการปฏิรูปผ่านไป โดยแตะระดับเฉลี่ยที่ 3.08 ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.78 ชั่วโมงจากปีที่ผ่านมา
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแผนการของรัฐบาล มูลค่า 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตแบตเตอรี่เกือบ 2 เท่าภายในปี 2570 รวมถึงเงินอุดหนุนระดับมณฑลครั้งใหม่ โดยตั้งแต่ปลายปี 2567 มณฑลของจีน 10 แห่ง เริ่มใช้อัตราค่าธรรมเนียมกำลังการผลิตที่เป็นการจ่ายเงินพิเศษให้ผู้จัดหาเพื่อรักษาระดับกำลังการผลิตไว้ในสถานะพร้อมใช้งาน นอกเหนือจากเงินอุดหนุนอื่น ๆ
“นี่คือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เด็ดขาดสุด สำหรับการกักเก็บพลังงานรอบกว่าทศวรรษที่ผ่านมา”