
SCC หยุดภาวะเลือดซึม.!
ดูเหมือนยักษ์ใหญ่ด้านวัสดุก่อสร้างอย่างบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC จะไม่ถนัดในการทำแพลตฟอร์มออนไลน์นะเนี่ย..??
ดูเหมือนยักษ์ใหญ่ด้านวัสดุก่อสร้างอย่างบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC จะไม่ถนัดในการทำแพลตฟอร์มออนไลน์นะเนี่ย..?? เห็นได้จากการประกาศปิดแพลตฟอร์ม NocNoc ซึ่งดำเนินการภายใต้บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด (BetterBe) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ SCC ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วน 50% ผ่านบริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด (SCG Dist)
โดยจะหยุดการรับคำสั่งซื้อในวันที่ 9 ก.พ. 2569 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป
เท่ากับว่าเป็นการปิดฉากแพลตฟอร์มขายสินค้าตกแต่งบ้านและวัสดุก่อสร้างสัญชาติไทยอย่างถาวร..!!
ที่จริงถ้าไปดูดิสทริบิวชั่น หรือช่องทางการจัดจำหน่ายของ SCC มีเยอะนะ ในประเทศจะมีร้าน SCG HOME ร้านสยามโกลบอลเฮ้าส์ ส่วนในต่างประเทศ ก็มี Mitra10, Depo Bangunan ในประเทศอินโดนีเซีย หรือมีร้าน V-Ceramic ในประเทศเวียดนาม เป็นต้น อันนี้เป็นช่องทางออฟไลน์
ส่วนช่องทางออนไลน์ ได้เข้าไปลงทุนใน BetterBe เจ้าของแพลตฟอร์ม NocNoc ในช่วงปี 2563-2564 และต่อมาในปี 2565 ได้ดึงบริษัท มัส บี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ลิมิเต็ด และกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 50% เพื่อร่วมกันปลุกปั้น NocNoc แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส ที่รวมวัสดุก่อสร้าง ของตกแต่งบ้าน และบริการติดตั้งเข้าไว้ด้วยกัน
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า NocNoc เป็นธุรกิจที่ SCC ทำคลอดมากับมือ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะ เพราะผู้ก่อตั้งตัวจริงเป็น “ชลลักษณ์ มหาสุวีระชัย” ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในวงการวัสดุ ที่เห็นถึงโอกาสการเติบโตของตลาดวัสดุค้าปลีกก่อสร้างและสินค้าเฟอร์นิเจอร์ผ่านช่องทางขายออนไลน์ จึงพัฒนาแพลตฟอร์ม NocNoc ขึ้นมา ก่อนจะขายให้กับ SCC ไป
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ SCC ไม่ถนัด ไม่มีความคล่องตัว หรือด้วยภาวะการแข่งขันที่รุนแรง หรือทุก ๆ ข้อมัดรวมกันที่ทำให้แพลตฟอร์ม NocNoc ไม่ประสบความสำเร็จ..!!
พิสูจน์ทราบได้จากงบการเงินย้อนหลังในช่วง 5 ปี แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น…แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นกำไรสักที ไล่มาตั้งแต่ปี 2563 ที่มีรายได้รวม 82.53 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 459.12 ล้านบาท ถัดมาปี 2564 มีรายได้รวม 200.27 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิเพิ่มเป็น 670.12 ล้านบาท ส่วนปี 2565 มีรายได้รวม 165.26 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 891.39 ล้านบาท
ขณะที่ปี 2566 มีรายได้รวม 411.99 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิปาไป 1,246.68 ล้านบาท และปี 2567 มีรายได้รวม 322.06 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิกว่า 1,123.05 ล้านบาท
โดยในปี 2567 SCC มีการรับรู้ผลขาดทุนจาก BetterBe ประมาณ 650 ล้านบาท ในขณะที่การเลิกประกอบธุรกิจของ NocNoc จะส่งผลให้ต้องรับรู้ผลขาดทุนทางบัญชีซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดประมาณ 1,800 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 เลยทีเดียว
โอเค…ตัวเลข 1,800 ล้านบาท ถ้าเทียบกับมูลค่าของ SCC ดูน้อยนิด อาจไม่ถึงขั้นทำให้เลือดไหลหรอก…แต่ก็เป็นภาวะเลือดซึมบ่อทรายนะจิบอกให้ หากปล่อยไว้มีแต่จะกัดกร่อน SCC ไปเรื่อย ๆ นะ…
เลยต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม…ก่อนที่จะลุกลามเป็นไฟลามทุ่งนั่นเอง
ก็เหมือนก่อนหน้านี้ ที่ SCC ประกาศยกเลิก SCG Express มาแล้ว เนื่องจากเป็นกิจการที่ไม่ทำกำไร…
ด้านมุมมองของนักวิเคราะห์พร้อมใจกันฟันธงว่า งบไตรมาส 4/2568 ของ SCC จะเห็นตัวเลขขาดทุนสุทธิราว 2,600-2,700 ล้านบาท ตัวฉุดหลักก็มาจากรายการพิเศษด้อยค่ากิจการ NocNoc ที่ประกาศปิดกิจการ 1,800 ล้านบาทนั่นแหละ แต่หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว ยังจะขาดทุนปกติอยู่ที่ 800-900 ล้านบาท จาก spread ปิโตรเคมีแย่กว่าคาด
คำแนะนำจึงมีทั้งให้ “ซื้อเก็งกำไร” และ “ถือ”…
โดยช่วงที่ราคาหุ้นปรับลดลง ให้คิดซะว่าเป็นจังหวะเก็บของถูกละกัน…ส่วนจะตีตราว่าเป็นของดีด้วยอ๊ะป่าว..??
หนูไม่รู้…แล้วแต่มุมมอง..!?
…อิ อิ อิ…