
JAS วันนี้ที่รอคอย.!
หลังจากลุ้นกันสุดลิ่มทิ่มประตูว่า แฟนบอลชาวไทยจะได้ดูมหกรรมลูกหนังสุดยิ่งใหญ่ “ฟุตบอลโลก 2026” (FIFA World Cup 2026)
หลังจากลุ้นกันสุดลิ่มทิ่มประตูว่า แฟนบอลชาวไทยจะได้ดูมหกรรมลูกหนังสุดยิ่งใหญ่ “ฟุตบอลโลก 2026” (FIFA World Cup 2026) ที่ประเทศเม็กซิโก, แคนาดา และสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งจะฟาดแข้งกันระหว่างวันที่ 11 มิ.ย. ถึงวันที่ 19 ก.ค. 2569 หรือไม่..??
เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก่อนจะคิกออฟบอลโลก 2026 โดยคู่เปิดสนามเป็นการเจอกันในกลุ่ม A ระหว่างหนึ่งในเจ้าภาพร่วมอย่าง เม็กซิโก พบกับแอฟริกาใต้ ณ สนามเม็กซิโก ซิตี้ สเตเดียม ประเทศเม็กซิโก หรือตี 2 ของคืนวันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย.นี้ ตามเวลาประเทศไทย ก็มีความชัดเจนเสียที เมื่อ “พิชญ์ โพธารามิก” ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ได้โพสต์ข้อความยืนยันผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ไทยได้ดูบอลโลกแล้ว”
ตามด้วยเพจเฟซบุ๊ก JAS Group โพสต์ข้อความสำทับ “สิ้นสุดการรอคอยของแฟนบอลไทย! “JAS” คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก 2026” อย่างเป็นทางการ
ขณะที่เช้าวานนี้ (11 พ.ค. 2569) JAS ก็แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าด้วยเรื่องการได้มาซึ่งสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup 2026 ก่อนจะมีการแถลงข่าวใหญ่ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน
คอนเฟิร์มว่าแฟนบอลชาวไทยได้รับชมศึกฟุตบอลโลกครบทุกแมตช์เต็มอิ่มอย่างแน่นอน…
แต่ที่สร้างความเซอร์ไพรส์มากกว่านั้น เห็นจะเป็นการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2 สมัยซ้อน (2026-2030) พ่วงด้วยลิขสิทธิ์ถ่ายทอดทัวร์นาเมนต์กีฬาที่อยู่ในมือ FIFA อาทิเช่น ฟุตบอลโลกหญิง (FIFA Women’s World Cup), ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ (FIFA Club World Cup) และฟุตบอลเยาวชนรุ่นต่าง ๆ และอีสปอร์ต ด้วยค่าลิขสิทธิ์ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,310 ล้านบาท (คิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)
จะว่าไปการคว้าลิขลิทธิ์ถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลกของ JAS ครั้งนี้ มองได้หลายมุม…ในมุมของนักลงทุน หุ้น JAS และหุ้นบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO เด้งค้าง..เด้งค้างมา 4-5 วันแล้ว ส่วนในมุมของแฟนบอล ก็ลุ้นค้าง…ลุ้นค้างกันมาหลายวันเช่นกัน
ความชัดเจนที่เกิดขึ้น ก็ช่วยปลดล็อกทั้งในมุมนักลงทุนและแฟนบอล..!!
ส่วนมุมธุรกิจ ก็ช่วยเพิ่มเติมอัตราการเติบโตให้กับ JAS และ MONO พร้อม ๆ กับเป็นเกราะป้องกันให้ลูกค้ารายเดือนไม่ผันแปรไปไหน..??
โดยก่อนหน้านี้ มีการประเมินว่าหาก JAS ไม่มีคอนเทนต์กีฬามาเสริมในช่วงปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2 เดือน มีความเสี่ยงที่ลูกค้าจะยกเลิกบริการจำนวน 700,000-800,000 ราย จากจำนวนสมาชิกทั้งหมดประมาณ 1.7 ล้านราย
แต่หากคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ บริษัทจะได้รับแรงหนุนต่อการขยายฐานสมาชิกระยะสั้น ในขณะที่ความท้าทายสำคัญจะอยู่ที่การรักษาฐานลูกค้าให้อยู่ต่อเนื่องหลังจบทัวร์นาเมนต์ โดยเฉพาะช่วงนอกฤดูกาลแข่งขันที่มีความเสี่ยงที่อัตราการยกเลิกสมาชิกจะปรับตัวสูงขึ้น หากบริษัทไม่สามารถนำเสนอคอนเทนต์กีฬา หรือความบันเทิงที่น่าสนใจเข้ามาต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง
ถือว่าในมุมธุรกิจก็ตอบโจทย์นะ…
วานนี้เลยเห็นหุ้น JAS และ MONO เด้งดึ๋ง ๆ เป็นลูกฟุตบอลเชียว โดยระหว่างวันหุ้น JAS ราคาปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1.32 บาท ส่วน MONO ราคาปรับเพิ่มขึ้นไปแตะที่ 1.04 บาท ก่อนที่ JAS จะถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ สกัดดาวรุ่งด้วยการขึ้นเครื่องหมาย H เพื่อหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 15.48 น. ของวันที่ 11 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะได้รับข้อมูล ส่วนข้อหาที่โดนขึ้นเครื่องหมาย H นั้น น่าจะพอรู้กันอยู่แล้ว พลอยฉุดให้หุ้น MONO ย่อลงมาปิดตลาดที่ 0.95 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 2.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 158.88 ล้านบาท
ถามว่าการปิดดีลฟุตบอลโลก 2 สมัย มูลค่า 2,310 ล้านบาท ในมุมธุรกิจคุ้มค่าแค่ไหน..?? ต้องรอการพิสูจน์กันต่อไป
แต่ถ้าดูจากเงื่อนไขเวลาในการถ่ายทอดสด ซึ่งแข่งขันในช่วงเวลาดึกและเช้ามืดตามเวลาประเทศไทย…ในเชิงการตลาดดูจะไม่เอื้อเท่าไหร่..??
แต่ที่แน่ ๆ มันทำให้แบรนด์ JAS และ MONO เข้าไปอยู่ในใจคนไทยแล้ว…ได้ใจทั้งแฟนบอลและนักลงทุนเลยทีเดียว..!!
คราวนี้เชื่อหรือยังว่า ชายที่ชื่อ “พิชญ์ โพธารามิก” ไม่ธรรมดาจริง ๆ..!!
…อิ อิ อิ…