คู่สมรสเจ้าสัว เก็บหุ้น CPF

ถ้าไปสแกนดูหุ้นกลุ่มหมู และไก่ ดูจะไม่ค่อยหวานหมูสักเท่าใด เพราะในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาทรง ๆ ทรุด ๆ กันถ้วนหน้า


ถ้าไปสแกนดูหุ้นกลุ่มหมู และไก่ ดูจะไม่ค่อยหวานหมูสักเท่าใด เพราะในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาทรง ๆ ทรุด ๆ กันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ที่ราคาปรับลดลงไป 2% บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ราคาปรับลดลง 3% และบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ราคาปรับลดลงเกือบ 5%

เห็นจะมีแค่บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เท่านั้น ที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น 30% เนื่องจากมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากการได้เข้าคำนวณในดัชนี MSCI Small Cap และติดโผหุ้นที่คาดว่าจะถูกนำเข้าคำนวณ SET50 ในรอบครึ่งปีหลังด้วย

แต่หากโฟกัสที่ CPF ราคาที่เห็นทรงกับทรุดนั้น อาจเป็นเพราะกังวลกันว่ายอดการส่งออกจะปรับลดลง ในขณะที่ราคาหมู และไก่ก็ย่อลง ราคาหุ้นเลยย่อตาม ล่าสุดวานนี้ (10 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 18.90 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.53% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 682.09 ล้านบาท

แต่ระหว่างนี้กลับเห็นความเคลื่อนไหวของคู่สมรสของท่านรองประธานกรรมการบริษัท (เจ้าสัวศุภชัย เจียรวนนท์) แฮะ นั่นคือ  “บุษดี เจียรวนนท์” ที่เข้ามาซื้อหุ้น CPF อยู่เรื่อย ๆ โดยในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา ซื้อหุ้นไปแล้ว 6 ครั้ง รวมกันแล้วประมาณ 198,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าราว  3.78 ล้านบาท

ไล่มาตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 2569 ซื้อหุ้นจำนวน 30,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 20.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 615,000 บาท ถัดมาวันที่ 4 มี.ค. 2569 ซื้อหุ้น 15,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 19.14 บาท คิดเป็นมูลค่า 287,100 บาท จากนั้นวันที่ 9 มี.ค. 2569 ซื้อเพิ่มอีก 3,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 18.46 บาท คิดเป็นมูลค่า 55,380 บาท วันที่ 22 พ.ค. 2569 ซื้อหุ้นจำนวน 40,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 18.95 บาท คิดเป็นมูลค่า 758,000 บาท

ส่วนวันที่ 4 มิ.ย. 2569 ซื้อหุ้นเพิ่มอีก 30,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 18.95 บาท คิดเป็นมูลค่า 568,500 บาท และสด ๆ ร้อน ๆ วันที่ 8 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ซื้อหุ้นเพิ่มอีก 80,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 18.80 บาท คิดเป็นมูลค่า 1,504,000 บาท

จะเห็นว่า “บุษดี” ซื้อแต่ละครั้งไม่เยอะ แต่ซื้อบ่อย ๆ เป็นการเก็บเล็กผสมน้อยมาต่อเนื่อง จนส่งผลให้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 518,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.006% 

แม้ซื้อไม่เยอะ แต่การไล่เก็บหุ้นของคู่สมรสท่านรองประธานกรรมการบริษัทอย่างนี้ ก็น่าขบคิด เป็นการส่งสัญญาณอะไรอ๊ะป่าว..??

ถ้าไปส่องปัจจัยพื้นฐานของ CPF โอเค…ในไตรมาส 2/2569 อาจยังไม่ดีเทียบเท่ากับไตรมาส 2/2568 ที่โตกระหึ่ม แต่เริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง จากราคาหมู และไก่ที่ขยับตัวขึ้น โดย บล.พาย ระบุว่า แนวโน้มช่วงไตรมาส 2/2569 ของ CPF คาดกำไรมีโอกาสเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2569 ได้จากผลตามฤดูกาลของธุรกิจส่งออก แต่ต้องติดตามราคาเนื้อสัตว์ในประเทศอย่างใกล้ชิด จึงยังคงกำไรทั้งปี 2569 ไว้ที่ 19,634 ล้านบาท

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า ระบุว่า แนวโน้มในไตรมาส 2/2569 ยังฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนได้ต่อ และคาดเร่งตัวชัดในไตรมาส 3/2569 จากซัพพลายหมูที่เริ่มตึงตัวทั้งในไทย เวียดนาม และจีน ขณะที่ตลาดส่งออกไก่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะยุโรป และญี่ปุ่น ปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 30-32% 

ทั้งนี้ มองว่า CPF ผ่านจุดต่ำสุดของรอบกำไรแล้วในไตรมาส 1/2569 และกำลังเข้าสู่วงจรการฟื้นตัว โดยในช่วงครึ่งปีหลังราคาหมูมีโอกาสฟื้นตัวจากซัพพลายที่ลดลง หลังผู้เลี้ยงรายย่อยลดกำลังการผลิตจากความกังวลโรคระบาด

ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ “ซื้อ” หุ้น CPF ด้วยราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 25 บาท

ก็ยังมีอัพไซด์อีกเพียบ…

งั้นสงสัยการไล่เก็บหุ้นของ “บุษดี” คงต้องการซื้ออนาคตของ CPF ละมั้ง..!?

ส่วนนักลงทุนคนไหนที่อยากร่วมซื้ออนาคตของ CPF ด้วย ก็ไม่ว่ากัน…

…อิ อิ อิ…

Back to top button