Market Maker ปลุกตลาดหุ้นไทย.!

หนึ่งในหลากหลายยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยผลักดันสภาพคล่องตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั่นคือการเพิ่ม Market Maker


หนึ่งในหลากหลายยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยผลักดันสภาพคล่องตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั่นคือการเพิ่ม Market Maker (ผู้ดูแลสภาพคล่อง) หรือที่เรียกกันติดปากว่า MM ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียน Market Maker อย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่จำนวนหนึ่ง แต่นั่นอาจยังไม่เพียงพอ..!!

แน่นอนว่า Market Maker เป็นชื่อที่ผู้คนแวดวงตลาดทุน ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ต่างคุ้นหูเป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่า Market Maker โดยทั่วไปแล้วมีหน้าที่และมีประโยชน์ต่อตลาดทุนอย่างไร

เริ่มจากนิยาม “ตลาดทุน” ที่นอกเหนือจะมีบทบาทสำคัญด้านการระดมทุนแล้ว เรามักมองไปถึงการมี “ตลาดรอง” ที่ทำให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นตราสารทุน (หุ้นสามัญ) ตราสารหนี้ (หุ้นกู้) หน่วยลงทุนต่าง ๆ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลก็มีตลาดรองที่เรียกว่าศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี (หรือโทเคนดิจิทัล)

วัตถุประสงค์ของ “ตลาดรอง” นั่นคือ การให้ผู้ถือหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเข้ามาซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ตามความต้องการของผู้ลงทุนหรือผู้ซื้อขาย การมี “สภาพคล่อง” จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะมาช่วยให้ผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลได้เมื่อต้องการ

หากหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลไม่มีสภาพคล่อง  Market Maker จึงมีความสำคัญในการดูแลสภาพคล่อง ให้ กับหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยการตั้งราคารับซื้อ (bid) และตั้งราคาขาย (offer) ให้เป็นไปตามกลไกของตลาด เพื่อให้ราคาที่เกิดขึ้นในตลาดสะท้อนความต้องการของผู้ลงทุนอย่างแท้จริง

การทำหน้าที่ Market Maker จะได้รับค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์จากการทำหน้าที่ เช่น การลดค่าคอมมิชชั่น จากตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือศูนย์ซื้อขาย รวมทั้งอาจได้รับประโยชน์จากส่วนต่างของราคาจากการทำธุรกรรมซื้อขายไปด้วยในคราวเดียวกัน..

การส่งคำสั่งของ Market Maker ต้องไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อตลาดโดยรวม หรือหาประโยชน์จากผู้ลงทุน และสิ่งสำคัญต้องไม่เป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

กรณีมีการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลหลายตลาดและราคาซื้อขายแตกต่างกันมาก กลไกการเข้าไปดูแลสภาพคล่องของ Market Maker จะทำให้ราคาของหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในราคาที่ใกล้เคียงกับที่ซื้อขายในตลาดอื่น

ผ่านกระบวนการ Arbitrage ด้วยซื้อหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลตลาดที่ราคาต่ำกว่า (ราคาถูก) และไปขายในตลาดที่ราคาสูงกว่า (ราคาแพง) และเมื่อถึงจุดหนึ่งส่วนต่างราคาและโอกาสการทำกำไรจาก Arbitrage จะหายไป โดย Market Maker จะตั้งราคาเพื่อรองรับการซื้อขายกับผู้ลงทุน

แต่จะต้องไม่เข้าไปซื้อขายและจับคู่กันเอง เพื่อให้ราคาไปอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง ในลักษณะการชี้นำราคา จนทำให้บุคคลทั่วไปสำคัญผิดทั้งส่วนของราคาและปริมาณการซื้อขาย ถือเป็นการทำเกินหน้าที่ เอาเปรียบผู้ลงทุนรายอื่น อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายได้ 

สรุปว่า Market Maker เป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยดูแลให้หลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นที่สนใจของผู้ลงทุน และทำให้ผู้ลงทุนได้ประโยชน์ แต่การทำหน้าที่ของ Market Maker ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ Market Maker เข้าไปรับทำหน้าที่ดูแลสภาพคล่อง ที่ “เหือดแห้ง” ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา..!!

Back to top button