
ล้มยักษ์หุ่นยนต์เทรดหุ้น
ทางการจีนสั่งให้โบรกเกอร์ย้ายเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้ความเร็วสูงในการส่งคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติ (High Frequency Trading-HFT)
ทางการจีนสั่งให้โบรกเกอร์ย้ายเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้ความเร็วสูงในการส่งคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติ (High Frequency Trading-HFT) ออกจากศูนย์ข้อมูลของตลาดฟิวเจอร์เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และตลาดหุ้นเซินเจิ้น นอกจากนี้จะเพิ่มความหน่วงเวลาให้ช้าลงด้วย
ทั้งนี้เพื่อยกเลิกความได้เปรียบด้านความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายที่เร็วกว่านักลงทุนทั่วไปเป็นเสี้ยววินาที ซึ่งทางการจีนให้คำนิยาม HFT คือผู้ที่ส่งคำสั่งเกิน 300 ครั้ง/วินาที หรือเกิน 20,000 ครั้ง/วัน
บ้านเราก็เรียกการซื้อขายหุ้นด้วยความเร็วสูงนี้ว่า Program Trading หรือ Robot Trading ที่ใช้หุ่นยนต์ออกคำสั่งซื้อขายแทนคน และใช้ความเร็วมากกว่าคนประมาณไม่น้อยกว่า 300 เท่า
กล่าวคือคำสั่งซื้อขายโดยคนอาจใช้เวลาเร็วที่สุด 5 วินาที/1 ออร์เดอร์ แต่หุ่นยนต์อาจส่งคำสั่งได้มากถึง 1,500 ออเดอร์ คนจะไปซื้อขายหุ้นแข่งกับหุ่นยนต์ได้อย่างไร!
ตลาดหุ้นไทย นำระบบ HFT มาใช้กันมากตั้งแต่ช่วงปี 2562-2563 เป็นต้นมา พร้อมกับความถดถอยของตลาด มากกว่าข้ออ้างในเรื่องของ HFTจะช่วยเติมสภาพคล่องให้ตลาดหุ้น
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
ก็เพราะตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมามูลค่าดัชนีหลักทรัพย์ มีแต่ถดถอยลง จากดัชนีกว่า 1,640 จุดมาสู่ระดับ 1,200 จุด เพิ่งจะโผล่สู่ระดับ 1,300 จุดขึ้นมาได้เมื่อไม่กี่วันมานี้ เพราะมีเงินทุนเคลื่อนย้ายระยะสั้นเข้ามาสู่ตลาด
นอกจากนี้ สภาพคล่องซื้อขายในแต่ละวันก็หดหายมา 7-8 ปีแล้ว จากมูลค่าเฉลี่ยซื้อขาย 6-7 หมื่นล้านบาท/วัน ที่คุยสนั่นลั่นทุ่งว่ามูลค่าซื้อขายแซงหน้าตลาดหุ้นสิงคโปร์ไปแล้ว กลับดิ่งสู่ระดับ 3-4 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
ทั้งดัชนีป่วยและสภาพคล่องซื้อขายหดหายนี่แหละ ทำให้นักลงทุนทั้งรายย่อย-รายใหญ่เผ่นหนีออกจากตลาด นักลงทุนสถาบันและต่างชาติที่ใช้โปรแกรมเทรด ครอบครองและครอบงำตลาดมากถึง 40-50%
นักลงทุนที่เทรดกันด้วยโปรแกรมซื้อขายปกติ ซื้อก็ไม่ทัน ขายก็ไม่ทันโรบอท ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายมันห่างกันมากกว่า 300 เท่า จะไปสู้รบปรบมือกับหุ่นยนต์อย่างไรได้
ประการสำคัญที่สุด HFT มุ่งเน้นการทำกำไรช่วงระยะสั้นด้วยพลังซื้อขายมหาศาล ซื้อขายมีกำไรแค่ 1-2 ช่วง ก็เก็บกำไรออกจากตลาดไปแล้ว เพราะวางแต่ละไม้หนักมาก กำไรน้อย แต่ก็ชดเชยด้วยวอลุ่ม พื้นฐานหุ้นเป็นอย่างไร ไม่ต้องนำมาพิจารณากัน ใช้ความได้เปรียบที่ “เงินหนา” อย่างเดียว
ฉะนั้น เปรียบไปแล้วก็เหมือน “เกมพนัน” ที่ใช้เครื่องจักรเล่นแทนคน แน่นอนเป็นการส่งเสริมการลงทุนระยะสั้น ซึ่งขัดกับแนวคำสอนหรือความเชื่อดั้งเดิมของตลาดหุ้นที่ดี จะต้องส่งเสริมการลงทุนระยะยาวโดยสิ้นเชิง
แต่ก่อนนี้ ลงทุนหุ้นพื้นฐานดีระยะ 3 เดือน-6 เดือน-1 ปี หรือมากกว่า 1 ปี มูลค่าหุ้นส่วนใหญ่ก็สูงตามเวลาที่มากขึ้น เหมือนนักลงทุนคุณค่าเล่นกัน แต่เดี๋ยวนี้ ยิ่งแช่หุ้นนาน ราคาก็ยิ่งเสื่อมถอยลง การซื้อหุ้นเมื่อราคาต่ำ-ขายเมื่อราคาสูงในหุ้นพื้นฐานดี ไม่มีอีกแล้ว
ก็เพราะตลาดถูกครอบงำด้วยนักลงทุนระยะสั้นอย่างหุ่นยนต์ ราคาขยับขึ้นนิดหน่อย ก็จะโดนถล่มเทขายจนโงหัวไม่ขึ้น
ตลาดหุ้นจีนขยับกำราบสภาพคล่องจอมปลอมจากโรบอท เทรดดิ้งแล้ว แล้วตลาดหุ้นไทย เมื่อไหร่ล่ะ หรือจะเปิดอ้าซ่ากันเช่นนี้ตลอดไป