1400 จุด! ไปต่อได้ แต่ไม่แรง

ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,400.89 จุดพอดี ระหว่างวันขึ้นมาสูงสุดได้ที่ 1,407.74 จุด ถือเป็นระดับที่พอ ๆ กับเมื่อช่วงกลางเดือนธ.ค. 2567


ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,400.89 จุดพอดี 

ระหว่างวันขึ้นมาสูงสุดได้ที่ 1,407.74 จุด ถือเป็นระดับที่พอ ๆ กับเมื่อช่วงกลางเดือนธ.ค. 2567 ที่ดัชนีจะอยู่ประมาณ 1,400 จุด +เล็กน้อย

ที่น่าสนใจคือ วานนี้มูลค่าการซื้อขายมากถึง 102,112 ล้านบาท

โดยมูลค่าการซื้อขายที่มากเกิน 1 แสนล้านบาทล่าสุด คือวันที่  6 กันายน 2567 ซึ่งในวันนั้น มีปัจจัยมาจากเกิดการเก็งกำไรจากนักลงทุนที่เข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่ เพื่อดักทางเม็ดเงิน “กองทุนวายุภักษ์ 1” มูลค่ากองทุน 1.5 แสนล้านบาท ที่กำลังเริ่มกรุยทางซื้อหุ้นไทยเข้าพอร์ต

เม็ดเงินที่เข้ามามากถึง 1 แสนล้านบาทวานนี้ ถือว่าสะท้อนเกี่ยวกับความเชื่อมั่นทางการเมืองที่เริ่มกลับมา

ประเมินกันว่า รัฐบาลชุดใหม่ของพรรคภูมิใจไทย น่าจะมี “เสถียรภาพ” ที่ดี

และทำให้ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิดบวกมากถึง 46.88 จุด เปลี่ยนแปลง +3.46% ซึ่งเราไม่ได้เห็นบรรยากาศลงทุนคึกคักแบบนี้มานานแล้ว

คำถามคือว่า แล้วดัชนีจะวิ่งไปต่อได้ไหม

เพราะหากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ หรือเริ่มตั้งแต่กลางเดือนม.ค. 69 เป็นต้นมานั้น

ดัชนีหุ้นไทยวิ่งขึ้นมาจาก 1,235 จุด ส่วนวานนี้ที่ปิด 1,400 จุด เท่ากับว่าหุ้นไทยในรอบ 20 วัน ปรับขึ้นมากถึง 13.3%

นักวิเคราะห์ และนักลงทุนสายเทคนิค ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า มีโอกาสที่ดัชนีฯ จะวิ่งขึ้นต่อได้อีก เพียงแต่ในช่วงสั้นอาจเห็นแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นไทยก่อนหน้านี้ และเป็นกลุ่มนักลงทุนที่พาดัชนีขึ้นมาโดยตลอด

หากมีการขายทำกำไร น่าจะเป็นเพียงส่วนน้อย หรือหุ้นนั้น ๆ อาจจะมีอัพไซด์จำกัดแล้ว

เพราะยังมีหุ้นขนาดใหญ่อื่น ๆ รวมถึงหุ้นขนาดกลางที่ยังวิ่งขึ้นมาช้ากว่าตลาด และมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน น่าจะถูกเข้าไปไล่ราคาหรือเข้าซื้อในระยะถัดไป

 วานนี้หุ้นในรกลุ่ม SET50 มีบวกทั้งหมด 46 หุ้น ราคาไม่เปลี่ยนแปลง 3 หุ้น คือ PTT SCC และ TU

และปรับลงในแดนลบ 1 หุ้นคือ TLI

ทว่าทั้ง 3-4 หุ้นดังกล่าว หากเข้าไปดูความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจากกราฟ จะพบว่า ก่อนหน้านี้ราคาได้วิ่งขึ้นต่อเนื่อง จึงน่าจะเกิดการชะลอตัวหรือ “พักฐาน” และอาจจะมีการขายทำกำไรออกมาบ้าง

ส่วนในกลุ่ม SET100 ราคาหุ้นที่ไม่เปลี่ยนแปลงและปิดในแดนลบ มีเพียง 11 หุ้น

นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ16,535 ล้านบาท เมื่อนับจากต้นปี 69 ต่างชาติซื้อหุ้นไทยแล้วกว่า 31,408 ล้านบาท

ต้องมาดูว่าต่างชาติที่เป็นกลุ่มหลักเทรดหุ้นไทยในขณะนี้ มีสัดส่วน 51-53% ว่าจะซื้อหุ้นไทยต่อไป หรืออาจจะมีการโรเตชั่นกลุ่มหุ้น ตัวหุ้นกันอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีผลต่อดัชนีภาพรวม

มีข้อมูลเกี่ยวกับสถิติหุ้นไทยหลังเลือกตั้งที่มีพรรคการเมืองได้คะแนนเสียงท่วมท้น เช่น ปี 2554 ดัชนีปรับขึ้นประมาณ 1 เดือน บวก 1.85% (วานนี้หุ้นไทย +3.05%)

ส่วน 3 เดือน บวก 9.47% และ 6 เดือน บวก 17.01%

จึงประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยอาจปรับตัวขึ้น 8–10% ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าได้

หากเป็นไปตามนี้นั่นหมายความว่า  ดัชนีน่าจะผ่าน 1,400 จุดขึ้นมาได้ไม่ยาก

กลุ่มหุ้นที่นักวิเคระห์แนะนำส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มค้าปลีก ท่องเที่ยว และกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการรับผลบวกเรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์ต่างมองว่า ยังมีอีกหลายหุ้นที่ราคาขึ้นมาช้ากว่าตลาด

และเชื่อว่า น่าจะมีการเข้าซื้อในช่วงถัดไป

เพียงแต่ว่า ดัชนีที่วิ่งขึ้นจากการไล่ซื้อหุ้นแถวสอง ไม่น่าจะวิ่งได้แรงเหมือนวานนี้แล้ว

Back to top button