
สังคมข่าวหุ้น
"พจน์ หะริณสุต" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ นาทีนี้ถูกยกให้เป็น “หมอดูตลาดหุ้นตัวจริง” หลังดัชนีหุ้นไทยเขียวสะบัดทะยานแตะระดับ 1,400 จุดแบบไม่ต้องบน ไม่ต้องขอ แถมคำทำนายยังตรงเป๊ะตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง
“พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ (ONEAM) นาทีนี้ถูกยกให้เป็น “หมอดูตลาดหุ้นตัวจริง” หลังดัชนีหุ้นไทยเขียวสะบัดทะยานแตะระดับ 1,400 จุดแบบไม่ต้องบน ไม่ต้องขอ แถมคำทำนายยังตรงเป๊ะตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง โดยเจ้าตัวย้ำชัด หากการเมืองหลังเลือกตั้งมีเสถียรภาพ ได้รัฐบาลเสียงข้างมาก ตลาดทุนก็มีลุ้นไปต่อ แต่เงื่อนไขสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลขดัชนี หากต้องจับตานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อประเมินจังหวะลงทุนให้แม่นยำยิ่งกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม เกมการเมืองยังไม่จบง่าย ๆ ONEAM มองว่าการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นจุดสตาร์ตสำคัญของเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย แม้มีโอกาสเกิดแรงเสียดทานจากการเจรจาต่อรองจนความไม่แน่นอนยังคงค้างคา แต่ตลาดทุนกำลังส่งสัญญาณชัดว่าต้องการผู้นำที่ “มีของ” พร้อมทีมเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือ หากการเมืองนิ่งเมื่อไร เงินทุนต่างชาติก็พร้อมไหลเข้าเมื่อนั้น…งานนี้หุ้นไทยจะไปต่อหรือพอแค่นี้ อยู่ที่การเมืองล้วน ๆ เลยเจ้าค่ะ
“หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยผลสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 เดือน ม.ค. 2569 ชี้ชัดว่า ซีอีโอภาคอุตสาหกรรมยัง “เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง” กับนโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 โดยให้น้ำหนักความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริงแค่ระดับปานกลาง แต่สิ่งที่ตรงกันแบบไม่ต้องโหวตซ้ำ คือ คุณสมบัตินักการเมืองที่ต้องมาก่อนนโยบาย-ความซื่อสัตย์ โปร่งใส ไร้ประวัติทุจริต คือแต้มต่อเบอร์หนึ่ง ขณะเดียวกัน มองภาพการเมืองหลังเลือกตั้งว่า มีแนวโน้มได้รัฐบาลผสม โดยพรรคใหญ่รับบทแกนนำ จับมือจัดตั้งรัฐบาลท่ามกลางความคาดหวังและแรงกดดันจากภาคธุรกิจ เสียงจากโรงงานและภาคอุตสาหกรรมส่งตรงถึงรัฐบาลใหม่แบบไม่อ้อมค้อม ต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ควบคู่การดูแลปากท้องประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และปูทางการพัฒนาระยะยาว โดยโจทย์เร่งด่วนหนีไม่พ้น กำลังซื้อที่ยังอ่อนแรงจากหนี้ครัวเรือน หนี้ภาคธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่บุกตลาดไทยไม่หยุด พร้อมย้ำให้ปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง …นี่คือเสียงสะท้อนที่ต้องฟังกันชัด ๆ เลยค่ะ
“นักวิเคราะห์หลักทรัพย์” บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย (KS) ฟันธงเสียงดัง “คนละครึ่ง พลัส” มาแน่ แค่รอจังหวะการเมืองลงตัว หลัง รมว.คลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันชัด รัฐบาลใหม่ไม่พับโครงการกระตุ้นกำลังซื้อ แต่ขอเคลียร์เกมจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อยก่อน ระหว่างนี้เดินหน้าดีไซน์รายละเอียดควบคู่ พร้อมอัดฉีดแรงผ่านโครงการ Thailand FastPass ดันการลงทุนกว่า 4.8 แสนล้านบาท หวังเร่งเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในปีนี้แบบเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยมีมุมมองตลาดถือว่า “บวก” ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกที่พร้อมรับอานิสงส์เต็ม ๆ จากกำลังซื้อฟื้น ทั้ง CPALL, CPAXT และ BJC ขณะที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA ก็ได้แรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่ หากนโยบายเดินหน้าเร็ว เศรษฐกิจขยับไว หุ้นได้อานิสงส์ก่อน-งานนี้สายลงทุนมีลุ้น ยิ่งรัฐบาลขยับ ตลาดก็พร้อมวิ่งตามทันที
“นักวิเคราะห์หลักทรัพย์” บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi ฟันธงแรง “กระทิงยังไม่ลงจากหลัง” แม้ภาพการจัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด แต่หุ้นไทยยังมีแรงส่งให้วิ่งต่อจากความคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เตรียมทยอยออกมาเป็นแพ็ก ๆ ขณะที่ฝั่งต่างประเทศยังไม่เห็นปัจจัยลบใหม่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในโหมดหมุนกลุ่ม จากเทคที่โดนขายทำกำไร ไปสู่หุ้นกลุ่มจำเป็น แถมดอลลาร์ที่อ่อนค่าต่อเนื่องยังช่วยหนุนบรรยากาศลงทุนทั่วโลก ทั้งดันทองคำและเปิดทางให้เงินไหลออกจากสหรัฐฯ มาหาตลาดอื่นมากขึ้น-บรรยากาศเลยยังไม่ใช่ขาลง แต่เป็นเกมสลับตัวเล่น หันกลับมาดูในบ้านเรา ต้องบอกว่าร้อนแรงสุดของปี ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรง มูลค่าซื้อขายทะลุแสนล้านบาท สูงสุดในรอบเกือบสองปี และเงินต่างชาติไหลเข้าแรงติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค ด้วยเสน่ห์หุ้นปันผลสูง ผันผวนต่ำ และหุ้นใหญ่ที่ต่างชาติคุ้นเคย ผสานธีมเลือกตั้งและความหวังนโยบายใหม่ที่ยังไม่ถูกสะท้อนเต็มราคา บวกกับลุ้นปันผลพิเศษจากหุ้นใหญ่อย่าง TISCO และ SCB ด้านเทคนิคเปิดทางดัชนีมีสิทธิ์ไปทดสอบแถว 1,420 จุด แต่ Pi เตือนเบา ๆ ระดับราคาที่เริ่มตึง ทำให้นักลงทุนระยะกลาง-ยาวควรทยอยล็อกกำไร เพิ่มความระวัง แล้วรอจังหวะใหม่…จะได้เล่นเกมนี้แบบไม่ต้องลุ้นจนหัวใจเต้นแรงเกินไป
ย่าหย๋า