
สังคมข่าวหุ้น
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ดัชนีช่วงภาคเช้าเปิดในแดนลบ ปรับลงไป -2.70 จุด ก่อนจะค่อย ๆ รีบาวด์ขึ้นมาเรื่อย ๆ และมาปิดตลาด +21.86 จุด ปิดที่ 1,539.12 จุด
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ดัชนีช่วงภาคเช้าเปิดในแดนลบ ปรับลงไป -2.70 จุด ก่อนจะค่อย ๆ รีบาวด์ขึ้นมาเรื่อย ๆ และมาปิดตลาด +21.86 จุด ปิดที่ 1,539.12 จุด เปลี่ยนแปลง +1.44% มูลค่าการซื้อขาย 75,021 ล้านบาท ดัชนีที่วิ่งขึ้นมา จากหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ อย่างในกลุ่ม SET50 วานนี้ ปิดตลาดไม่เปลี่ยนแปลง 5 หุ้น และปิดในแดนบวก 45 หุ้น สรุปคือ หุ้นใน SET50 ไม่มีหุ้นไหนที่ปิดในแดนลบ ทำให้สรุปได้ว่า ดัชนีที่วิ่งขึ้นมาจากค่าเฉลี่ยของหุ้นขนาดใหญ่นั่นแหละ
เดลต้าฯ DELTA ที่ MSCI Rebalance ทำเซอร์ไพรส์เชิงบวก เมื่อปรับเพิ่มน้ำหนัก (จากเดิมมีข่าวว่าจะถูกลดน้ำหนัก) คาดมีเงินวิ่งเข้ามากกว่า 1.5 พันล้านบาท มีผล ณ ราคาปิดวันที่ 29 พ.ค.นี้ ส่งผลเกิดการเก็งกำไร ไล่ราคาหุ้นกันสนุกสนาน ส่วนที่กังวลว่าจะถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ จับติดแคชบาลานซ์อีกรอบส่งท้ายหรือเปล่า เข้าใจว่าน่าจะค่อนข้าง “ยาก” เพราะหากตลาดฯ มีคำถามไปว่า หุ้นบวกมาจากสาเหตุใด และมีคำตอบที่จับต้องได้ แบบมีเหตุมีผล เขาคงไม่ใจร้ายจับติดแคชฯ หรอก อิอิ….
บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI ถือหุ้นใหญ่โดยกลุ่ม “ไชยวรรณ” แจ้งงบการเงินงวดไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 3,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ที่มีกำไร 2,682 ล้านบาท หรือเปลี่ยนแปลงบวกมากกว่า 21.8% หลัก ๆ มาจากกำไรจากการรับประกันภัย เพิ่มขึ้น 8.11% มีปัจจัยสำคัญมาจากการลดลงของค่าสินไหมทดแทนด้านค่ารักษาพยาบาล และมีกำไรจากการลงทุนหลักเพิ่มขึ้น 92.59% จากเงินลงทุนในตราสารทุนภายในประเทศสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลได้สูงขึ้น ส่วนฐานะเงินกองทุนมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ที่ 463.30% สูงกว่าข้อกำหนดตามกฎหมายที่กำหนดไว้ที่ 140%
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าปรับเกณฑ์ Uptick Rule และ Tick Size เพื่อสกัดความผันผวน และควบคุมการขายชอร์ต ส่วนนักลงทุนประเมินว่าหุ้นเล็กและหุ้นเก็งกำไรจะได้รับผลกระทบมากสุด คือ เก็งกำไรหรือ “ปั่นราคา” กันยากขึ้น ส่วนสภาพคล่องอาจเปลี่ยนแปลงในช่วงแรกไปบ้าง แต่ไม่น่าจะมีนัยฯ เท่าไหร่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในไตรมาส 3/2569 นี้ โดยต้องรอการนำเสนอให้กับทางสำนักงาน ก.ล.ต.เป็นขั้นตอนสุดท้าย
หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์เริ่มฟื้น หลังกังวล NPL คลี่คลายทั้ง TIDLOR MTC TURBO เริ่มมีแรงซื้อกลับ หลังผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด นักลงทุนมองต้นทุนความเสี่ยงผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และคุณภาพหนี้เริ่มทรงตัว โดยเฉพาะ TIDLOR รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 1,613 ล้านบาท โต 34.7% จากการตั้งสำรองลดลง และคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น ROE พุ่งเกิน 21% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มมีมุมมองเชิงบวกต่อประมาณการกำไรปีนี้
วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,864 ล้านบาท ส่งผลนับจากต้นปี 2569 มาจนถึงปัจจุบัน ต่างชาติซื้อรวม 24,614 ล้านบาท สวนทางกับนักลงทุนสถาบันที่นำโดยนักลงทุนประเภท “กองทุน” ที่ขายสุทธินับจากต้นปี 2569 มากถึง 64,739 ล้านบาท หากจะถามว่าทำไมกองทุนขาย? คำตอบแบบง่าย ๆ เลยนะ คือ “ขายทำกำไร” นั่นแหละ (มั๊ง) โดยแรงขายน่าจะมาจากกองทุนส่วนบุคคล และอาจจะรวมถึงแอลทีเอฟเดิมด้วยที่หลายคนติดหุ้นอยู่ และเมื่อตลาดพลิกกลับขึ้นมาเลยถือโอกาสขายหนีดีกว่า
ชาบูชิ (Shabushi) แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทบุฟเฟต์สุกี้หม้อร้อนและซูชิบนสายพาน ภายใต้การบริหารของ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อยในเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดเทศกาลพิเศษ “TASTE OF SAKURA” ด้วยไฮไลต์อย่าง “ซุปเย็นตาโฟฮอตโตะ” น้ำซุปสีชมพู รสชาติจี๊ดจ๊าดโดนใจ ที่แท็กทีมมากับเมนูใหม่ ๆ ครบครันทั้งเมนูชาบู – ชาบู: ซากุระชีสบอล แซลมอนบอล และคานิมากิ เมนูซูชิ: เอบิซูชิบอล แซลมอนซูชิบอล ทามาโกะซูชิบอล และซากุระมากิ และเมนูของทอด: พิงก์กุเทมปุระ ฟิชเทมปุระ และโนริฟิชบอล เสิร์ฟฟรีไม่อั้น เมื่อรับประทานบุฟเฟต์ 399 บาท+ ขึ้นไป หรืออัพเกรดเป็นแพ็กเกจ 499 บาท+ ขึ้นไป (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 30 เม.ย.-30 มิ.ย. 2569
คาเฟอีน