PTTGC เริ่มต้นชีวิตใหม่.!?

ด้วยธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาดผสมโรงกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้อุปสงค์ฟื้นตัวจำกัด เลยถูกตีตราว่า งบของ PTTGC จะออกมาไม่ดี


ด้วยธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาดผสมโรงกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้อุปสงค์ฟื้นตัวจำกัด เลยถูกตีตราว่า งบของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC จะออกมาไม่ดี น่าจะมีตัวเลขขาดทุนบักโกรกนะจิบอกให้..!! 

ปรากฏว่า PTTGC ประกาศงบไตรมาส 4/2568 ออกมาไม่ดีจริง ๆ แฮะ เพราะมีตัวเลขขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 5,340 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 7,448 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 92,143 ล้านบาท ลดลง 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 132,372 ล้านบาท 

แม้งบไตรมาส 4/2568 ยังเห็นตัวเลขขาดทุนกว่า 5,340 ล้านบาท แต่เป็นผลงานที่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สาเหตุมาจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษต่ำกว่าที่คาดไว้

โดยมีรายการพิเศษหลัก ๆ ได้แก่ ขาดทุนสต๊อกน้ำมันจำนวน 1,464 ล้านบาท การตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัท จีซี โพลีออลส์ จำกัด (GCP) และบริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด (PTTMCC) จำนวน 2,854 ล้านบาท แต่เมื่อหักลบกลบกับการกลับรายการด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 2,700 ล้านบาท จากบริษัท พีทีที อาซาฮี เคมีคอล จำกัด (PTTAC) และกลุ่มบริษัท Vencorex รวมทั้งกำไรจากอนุพันธ์และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1,300 ล้านบาท 

ส่งผลให้ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายของ PTTGC ติดลบน้อยลงนั่นเอง…

ขณะที่งบปี 2568 PTTGC รายงานตัวเลขขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 14,600 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 29,810 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 484,907 ล้านบาท ลดลง 20% จากปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 604,045 ล้านบาท และมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 20,846 ล้านบาท ลดลง 34% จากปีก่อน

โอเค…งบไตรมาส 4/2568 และปี 2568 มันผ่านไปแล้ว เป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว แต่ที่เป็นอนาคตของ PTTGC เห็นจะเป็นสเปรดปิโตรเคมีที่เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากต่ำเตี้ยเรี่ยดินมานาน…รับอานิสงส์จากบริษัทปิโตรเคมีชั้นนำระดับโลกในหลายประเทศมีการปรับโครงสร้าง ลดกำลังการผลิตลงอย่างมีนัยสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นกรณี 10 บริษัทปิโตรเคมีเกาหลีใต้ที่บรรลุข้อตกลงการปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งหมายรวมถึงการลดกำลังการผลิต (Cut Run) ผลิตภัณฑ์แนฟทา (naphtha) และแครกเกอร์ลงในช่วง 2.7-3.7 ล้านตันต่อปี (mta) คิดเป็นประมาณ 25% ของกำลังการผลิตทั้งปีของประเทศที่มีอยู่ 14.7 ล้านตัน 

เช่นเดียวกับรัฐบาลจีนที่เดินหน้าปฏิรูปครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการกลั่นน้ำมัน ด้วยการปิดโรงงานขนาดเล็ก และบังคับให้โรงงานเก่าปรับปรุงประสิทธิภาพ พร้อมมีการโยกย้ายเงินลงทุนไปสู่อุตสาหกรรมที่ผลิตภัณฑ์มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมี 3 บริษัทปิโตรเคมียักษ์ญี่ปุ่น Asahi Kasei, Mitsui Chemical และ Mitsubishi Chemical ที่ผนึกกำลังตั้งโครงการร่วม Setouchi Ethylene LLP เพื่อศึกษาลดกำลังผลิต และการบรรลุ Caron Neutrality ของโรงงาน Ethelene ในญี่ปุ่นตะวันตกภายในปี 2573 จากกำลังผลิต 3 ราย รวมกันประมาณ 1.07 ล้านตันต่อปี หรือ 0.5% ของกำลังผลิตโลก

นั่นหมายถึงโอกาสที่ PTTGC จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งจากสเปรดที่เริ่มฟื้นตัว..!?

สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ โดย บล.ทรีนีตี้ คาดแนวโน้มปี 2569 ของ PTTGC จะค่อย ๆ ดีขึ้น ถึงแม้ปิโตรเคมีสเปรดจะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น จากอุปทานใหม่ที่เพิ่มขึ้นมีปริมาณที่ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2568 นอกจากนี้ การที่บริษัทมีการปรับโครงสร้างในบริษัทที่ไม่สามารถสร้างกำไร ส่งผลให้บริษัทไม่ต้องรับรู้ขาดทุนต่อ ขณะที่การทำ Asset Monetization ซึ่งคาดจะมีการบันทึกกำไรประมาณ 2.3 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 1/2569

ฟาก บล.เคจีไอ คาดผลประกอบการจะพลิกฟื้นได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2569 โดยคาด PTTGC จะมีกำไรสุทธิ 4.6 พันล้านบาท พลิกฟื้นจากที่ขาดทุนสุทธิอย่างหนักถึง 1.46 หมื่นล้านบาทในปี 2568

ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTTGC โดยให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 32.00 บาท

เอาเป็นว่า ถ้าใครอยากซื้ออนาคต PTTGC และอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปด้วยกัน ก็ต้องรีบซื้อสะสมหุ้นไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ นะเจ้าคะ…

เดี๋ยวตกขบวนไม่รู้ด้วยนะ..!?

…อิ อิ อิ…

Back to top button