TTB เดินหน้าขยาย ROE

ไม่ต้องเอ่ยปากถามและไม่ปล่อยให้นักลงทุนต้องรอกันนานว่า ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB จะประกาศซื้อหุ้นคืนรอบที่ 3 เมื่อไหร่..??


ไม่ต้องเอ่ยปากถามและไม่ปล่อยให้นักลงทุนต้องรอกันนานว่า ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB จะประกาศซื้อหุ้นคืนรอบที่ 3 เมื่อไหร่..??

เพราะหลังจากแจ้งงบตรวจทานแล้ว TTB ก็จัดให้แบบไวไวควิก ประกาศซื้อหุ้นคืนรอบที่ 3 ทันที ภายใต้วงเงินไม่เกิน 9,614 ล้านบาท โดยหุ้นที่จะซื้อคืนจำนวนไม่เกิน 4,831 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.95%…รอบนี้กลับมาใช้วิธีซื้อแบบ AOM หรือวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Automatic Order Matching) ในช่วงระหว่างวันที่ 20 ก.พ. ถึง 19 ส.ค. 2569 

(รอบที่ 2 ใช้วิธีซื้อแบบตั้งโต๊ะ หรือการเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป (General Offer: GO) ส่วนรอบแรกซื้อแบบ  AOM)

ไม่เท่านั้น TTB ยังเล่นใหญ่ไฟกะพริบ ประกาศขยายวงเงินโครงการซื้อหุ้นคืนจากเดิมไม่เกิน 21,000 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 35,000 ล้านบาท และขยายกรอบเวลาโครงการจากเดิมสิ้นสุดปี 2570 ออกไปถึงปี 2571 อีกด้วย

งานนี้เลยได้ใจนักลงทุนสุด ๆ… 

สะท้อนได้จากแรงเก็งกำไรในหุ้น TTB ที่คึกคักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้ในรอบหนึ่งสัปดาห์ราคาปรับขึ้นไปแล้ว 13.86% และรอบหนึ่งเดือนราคาปรับขึ้นไป 15.58% โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 2569 ปิดตลาดที่ 2.30 บาท ชนราคาเป้าหมายสูงสุดที่นักวิเคราะห์ให้ไว้ 2.30 บาทไปแล้วนะออเจ้า…

ส่วนถามว่าจะไปสุดซอยที่เท่าไหร่..?? ยังไม่มีใครตอบได้

แน่นอนว่าการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่องของ TTB จะทำให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) รวมทั้งอัตราเงินปันผลปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

พิสูจน์ให้เห็นกันจะ ๆ แล้ว จากความสำเร็จของการซื้อหุ้นคืนทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ซึ่งสามารถซื้อหุ้นคืนได้รวมทั้งสิ้น 5,783 ล้านหุ้น ส่งผลให้อัตราเงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้น เบื้องต้นอัตราเงินปันผลจะอยู่ในช่วง 0.068-0.071 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายไปแล้ว 0.066 บาท จะรวมเป็นอัตราเงินปันผลทั้งปี 2568 ที่ 0.134-0.137 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.130 บาท ในปี 2567 หรือคิดเป็นดิวิเดนด์ยีลด์ในระดับสูง 6-7% เชียวหนา…

โดยจะเคาะอัตราเงินปันผลสุดท้ายอีกทีในวันที่ 31 มี.ค. 2569 เพื่อรวมผลของจำนวนหุ้นที่จะลดลงจากการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3  ด้วย โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 เม.ย. 2569 และเตรียมรับเงินเข้ากระเป๋าในวันที่ 20 พ.ค. 2569

แล้วการที่ TTB ขยายวงเงินจาก 21,000 ล้านบาท เป็น 35,000 ล้านบาท นั่นเท่ากับเป็นการขยาย ROE (เป้าหมายจะผลักดันให้เกิน 10%) รวมทั้งช่วยเพิ่ม EPS และอัตราเงินปันผลให้สูงขึ้นอีกในอนาคต

สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ โดย บล.ดาโอ มีมุมมองเป็นบวกจากการขยายวงเงินซื้อหุ้นคืน และอนุมัติโครงการซื้้อหุ้นคืนรอบที่ 3 โดยโครงการซื้อหุ้นคืนที่สูงถึง 3,5000 ล้านบาท จะส่งผลให้ ROE เพิ่มขึ้น โดยปี 2569 จะมี ROE อยู่ที่ 8.17% จากเดิมที่ 7.82% และปี 2570 จะมี ROE อยู่ที่ 7.37% จากเดิมที่ 6.65% 

ฟาก บล.กสิกรไทย ระบุว่า การซื้อหุ้นคืนจะทำให้จำนวนหุ้นในตลาดลดลง ส่งผลให้ EPS สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ และช่วยหนุน ROE ให้ดีขึ้น และหาก TTB ใช้วงเงินใหม่ครบทั้งหมด คาดว่า EPS จะเพิ่มขึ้น 5-10% ในช่วงปี 2569-2571 ส่วน ROE จะเพิ่มขึ้นราว 0.14-0.40% โดย ROE มีแนวโน้มอยู่ที่ 8.6% ในปี 2569, 7.2% ในปี 2570 และ 7.6% ในปี 2571

โดยส่วนใหญ่แนะนำให้ “ถือ” เพื่อรอรับอัตราการจ่ายเงินปันผลที่มีโอกาสสูงขึ้น…

ส่วนใครที่กังวลว่า หลังจากซื้อหุ้นคืนไปแล้วจะทำให้เงินสดในกระเป๋าพร่องไป แล้วไปกระทบต่อระดับเงินกองทุนของธนาคาร ก็หมดห่วง เพราะธนาคารนั่งยันนอนยันแล้วว่า แม้จะซื้อหุ้นคืนไปแล้ว 2 ครั้ง ภายใต้วงเงิน 21,000 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 แต่อัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 19% และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของแบงก์ชาติที่กำหนดไว้ที่ 12.0% อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างนี้ต้องยกให้ TTB เป็นของที่ต้องมีไว้ติดพอร์ตแล้วล่ะ..!!

ส่วนแบงก์และบจ.อื่น ๆ ถ้าจะเอาแบบอย่าง TTB ก็ได้นะ…นักลงทุนเค้าช๊อบชอบ..!?

…อิ อิ อิ…

Back to top button