
โพยหุ้นคัมแบ็คแรง
สิ่งที่ “โมนิก้า” อยากจะบอกมากสุดในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังเผชิญกับการทดสอบแรงขายอย่างหนักหน่วง พ่วงด้วยแรงกดดันจากกำแพงภาษีทรัมป์ที่ฟาดงวงฟาดงาไปทั่วโลก
สิ่งที่ “โมนิก้า” อยากจะบอกมากสุดในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังเผชิญกับการทดสอบแรงขายอย่างหนักหน่วง พ่วงด้วยแรงกดดันจากกำแพงภาษีทรัมป์ที่ฟาดงวงฟาดงาไปทั่วโลก ย่อมทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง และหันไปเก็งทองคำเพื่อทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมานั้น อีฉันถือเป็นแนวทางการลงทุนที่ถูกต้องทุกประการ โดยเฉพาะกลุ่มนักเล่นที่มีลักษณะ “คิดเร็ว ทำเร็ว” พะยะค่ะ
ถึงกระนั้นอีฉันก็ยังมองหุ้นไทยน่าเล่นอยู่ดี เพราะวันนี้เราได้เห็นหุ้นแถว 2 แถว 3 ทยอยปรับตัวขึ้นเป็นขบวน และในวันนี้ก็ได้เห็นหุ้นที่คัมแบ็คอย่างสวยสดงดงามขึ้นมาอวดโฉมอีกครั้ง “โมนิก้า” จึงอยากให้ความสำคัญกับหุ้นเหล่านี้มากเป็นพิเศษ เพราะในภาวะที่ตลาดหุ้นไทยโดนเขย่าแรง ๆ หุ้นเหล่านี้กลับยืนตระหง่านอย่างแข็งแกร่ง แถมบางตัวมีแรงซื้อเข้ามามากเป็นพิเศษอีกด้วยแบบนี้..รออะไรอยู่อีกล่ะคะ
โดยเฉพาะในรายห้างยักษ์ใหญ่ CPN กลายเป็นหุ้นที่ขึ้นช้า ๆ (โลว์เดิม 49 บาท) มาตั้งแต่ พ.ย. ปี 68 จนล่าสุดยืนปิดไปที่ระดับ 67.50 บาท บวกไป 2 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 982 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับราคาสูงสุดของปี 67 ที่อยู่บริเวณ 68.75 บาท ถือเป็นช็อตที่มีลุ้นไปต่อสวย ๆ เพราะผลงานในปีที่ผ่านมาก็ออกมาดี และมีการอัดฉีดปันผลให้ผู้ถือหุ้น 2.40 บาทต่อหุ้นไงล่ะจ๊ะ
เช่นเดียวกับตัวทีเด็ดอย่าง TOP ก็เป็นหุ้นที่ฟื้นชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยม จึงต้องชื่นชมฝีมือในการสางปัญหาของ “พี่เขียด” มากเป็นพิเศษ เพราะวันนี้หุ้นกลับขึ้นมายืนถึงระดับ 55.25 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 2.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.68 พันล้านบาทอย่างแข็งแกร่ง ผสานกับนักวิเคราะห์ให้เป้าสูงสุดไว้ที่ระดับ 73 บาท หุ้นจึงแนวโน้มที่จะไปต่อเรื่อย ๆ เพราะหลายอย่างมันเข้าทางปืนไปหมดนะซี
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น STECON ขึ้นมาทันที เพราะเป็นหุ้นการเมืองที่มีเรื่องดวงขึ้นเป็นตัวหนุนนำ แถมคู่แข่งที่อยู่ในสนามก่อสร้างใหญ่ ๆ อยู่ในช่วงดวงแตก จึงสันนิษฐานได้ทันทีว่า ต่อจากนี้งานขนาดใหญ่จะไหลมาเทมา และที่สำคัญคือตอนนี้ภาครัฐเร่งลงทุน และเร่งเบิกจ่ายเต็มสูบ อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 12.50 บาท บวกไป 2.30 บาท หรือขึ้นไป 22.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.35 พันล้านบาท ยังมีแก๊ปให้ไปต่ออีกจ้า
เม้าท์ถึงหุ้นการเมืองขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ต้องรีบหันไปมองหุ้น PTG ในทันที เพราะมองในมุมของแบ็คอัพที่มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับรัฐบาล ย่อมเป็นแต้มต่อมากกว่าหุ้นตัวอื่น ๆ แถมมีเรื่องผลงานที่จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ย่อมเป็นแรงผลักดันให้หุ้นวิ่งต่อยาว ๆ อีฉันเลยไม่แปลกใจที่วานนี้หุ้นยืนปิดที่ระดับ 9.85 บาท บวกไป 0.55 บาท หรือขึ้นไป 5.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 355 ล้านบาท ซึ่งเป็นคนละภาพกับช่วงต้นปีที่ย่ำต๊อกอยู่ที่ 7 บาทเลยนะคะ
ส่วนรายที่แรงแบบไม่บอกกล่าวให้รู้ล่วงหน้าเลย เพราะเปิดเทรดปุ๊บ ราคาหุ้นก็พุ่งปั๊บ อีฉันคงมองไปที่หุ้น ONEE เพื่อชี้ให้เห็นการวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 2.96 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 25.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 111 ล้านบาท ล้วนเป็นผลมาจากเรื่องกำไรโต พ่วงด้วยปันผลแจ่ม จึงทำให้พวกขาลุยกระโจนใส่กันสนุกสนาน ซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่หุ้นยืนแห้งเหี่ยวแถว 2.30 บาทเป็นเดือนนะจะบอกให้
อีกรายที่ถือเป็นที่สุดของการคัมแบ็คต้องยกให้ TFG เพราะเป็นหุ้นที่ผู้บริหารเผชิญมรสุมชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว จนราคาหุ้นทรุดตัวจากระดับ 5.30 บาท ลงไปกองอยู่ที่ 4.24 บาท ก่อนจะตีตื้นขึ้นมาเรื่อย ๆ จนล่าสุดยืนปิดที่ระดับ 6.15 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 5.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 246 ล้านบาท พร้อมกับโชว์กำไรโตให้เห็นเป็นขวัญตา พ่วงด้วยปันผลแบบสมน้ำสมเนื้อแบบนี้..เขาถึงพูดว่า “ของดีก็คือของดี” นะตัวเอง
โมนิก้าและทีมงาน