
ทำไม.? ต่างชาติซื้อ TRUE
พลันหายตกใจ “เทเลนอร์” ถอนการลงทุนหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ด้วยการขายหุ้นเกือบทั้งหมด
พลันหายตกใจ “เทเลนอร์” ถอนการลงทุนหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ด้วยการขายหุ้นเกือบทั้งหมด (สัดส่วน 24.95%) ให้กับบริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (ถือหุ้นทั้งหมดโดยศุภชัย เจียรวนนท์) ราคาหุ้นละ 11.70 บาท
จากนั้นราคาหุ้น TRUE เริ่มปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นับจากปลายเดือนมกราคมมาจนถึงตอนนี้ (24 ก.พ. 69) ราคาหุ้น TRUE ปรับขึ้นมากว่า 30%
แต่ไฮไลต์ไม่ได้อยู่ตรงราคาที่ปรับขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มันอยู่ที่ยอดซื้อสุทธินักลงทุนต่างชาติ นับตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้น TRUE กว่า 4,000 ล้านบาท ที่เห็นชัดเจนวันที่ 23 ก.พ. 69 ซื้อหุ้น TRUE สุทธิกว่า 1,220 ล้านบาท ทั้งที่ภาพรวมวันดังกล่าว ต่างชาติขายสุทธิเกือบ 700 ล้านบาทก็ตาม
คำถามจึงบังเกิดขึ้นว่า..ทำไมต่างชาติซื้อหุ้น TRUE มากขนาดนี้..!!?
เหตุผลที่นักลงทุนต่างชาติ ให้ความสนใจหุ้น TRUE แน่นอนไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการผสมผสานของหลายเหตุผลเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ
เริ่มต้นจาก 1)การก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดหลังการควบรวมกับ DTAC กลายเป็นบริษัทใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก ทำให้มี Market Share ตลาดโทรคมนาคมไทยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ส่งผลให้เกิดความเปรียบในแง่ของเศรษฐศาสตร์ขนาด (Economies of Scale)
2)การสร้าง Synergy และการลดต้นทุน การรวมกิจการช่วยให้บริษัทลดความซ้ำซ้อนของโครงข่าย (ไม่ต้องลงทุนเสาสัญญาณทับซ้อนกันในพื้นที่เดียวกัน) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ (รวมทีมงานและช่องทางการจัดจำหน่าย)
การเพิ่มอำนาจต่อรอง (ทั้งกับคู่ค้าและซัพพลายเออร์อุปกรณ์โครงข่าย)
3)การเติบโตของรายได้จากบริการดิจิทัลและ Ecosystem ที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ โดย TRUE มีจุดแข็งหลายเรื่อง Digital Services ทั้งการขยายตัวของบริการด้านความบันเทิง (TrueID) และการเงินดิจิทัล (TrueMoney ที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ)
การใช้ประโยชน์จาก Enterprise Solutions นั่นคือการรุกสู่ตลาดลูกค้าองค์กร ผ่านโซลูชันด้าน Cloud, AI และ IoT
4)สภาพคล่องของหุ้น (Liquidity) เนื่องจากเป็นบริษัทที่มี Market Cap ขนาดใหญ่ เป็นหุ้นที่มีชื่ออยู่ในดัชนีระดับสากล (เช่น MSCI) ทำให้กองทุนต่างชาติสามารถเข้าซื้อหรือปรับพอร์ตได้ง่ายกว่าหุ้นขนาดกลางหรือขนาดเล็ก
5)แนวโน้มของอัตรากำไร (Margin Expansion) ช่วงระยะหลัง นักลงทุนเริ่มเห็นผลลัพธ์จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนขึ้น ส่งผลต่อตัวเลขกำไรสุทธิมีแนวโน้มฟื้นตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง (Turnaround Story) จึงทำให้ดูน่าสนใจในสายตานักลงทุนที่แสวงหาการเติบโตของกำไร
แม้ว่า TRUE มีปัจจัยบวกมากจากการ Synergy (การลดต้นทุนซ้ำซ้อนหลังควบรวมกับ DTAC) เริ่มเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ปี 2569 จนทำให้นักวิเคราะห์ประเมินกำไรระดับหมื่นล้านบาท แต่หุ้น TRUE ถูกจัดว่าเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มสื่อสารตัวอื่น ๆ เนื่องจากโครงสร้างทางการเงิน ที่ยังอยู่ในช่วงการปรับตัว..!!