คนไทยไม่ได้(ดู)ฟุตบอลโลก.!

ดูเหมือนว่าฝันหวาน “คอบอลไทย” ที่จะได้รับชมการถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026” (11 มิ.ย.-19 ก.ค. 69) มีอันต้องฝันสลายซะแล้ว.!


ดูเหมือนว่าฝันหวาน “คอบอลไทย” ที่จะได้รับชมการถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026” (11 มิ.ย.-19 ก.ค. 69) มีอันต้องฝันสลายซะแล้ว.! เพราะหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง “กรมประชาสัมพันธ์-สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)”

แม้แต่บรรดาเอกชน ที่มีงบประมาณด้าน “สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง” รอบนี้ดูสงวนท่าทีกันมากเป็นพิเศษ..!!?

ล่าสุดแนวโน้มว่า “การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026” จะไม่เดินหน้าซื้อลิขสิทธิ์ เนื่องจากราคาที่ผู้ถือลิขสิทธิ์เสนอมาสูงมาก เทียบกับความ “คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ” ด้วยช่วงเวลาแข่งขันตามเวลาประเทศไทย ที่สำคัญโอกาสที่จะหารายได้จากโฆษณาดูมีข้อจำกัดอยู่มาก

แม้ “รัฐบาลไทย” พยายามเจรจาต่อรองโดยยึดกรอบวงเงินใกล้เคียงกับที่กสทช. เคยให้สนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งก่อน อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านบาท แต่การเจรจากลับไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากราคาที่ผู้ถือลิขสิทธิ์คาดหวังสูงกว่ากรอบที่ไทยจะสามารถรับได้

การพิจารณาความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ เพราะการแข่งขันฟุตบอลโลก มีระยะเวลาเพียง 1 เดือน แต่ต้นทุนลิขสิทธิ์สูงมาก การผันงบประมาณดังกล่าวไปใช้กับภารกิจอื่น ดูจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า “การได้ดูฟุตบอลแค่เดือนเดียว”..!!

“ฟุตบอลโลก 2026” จัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก จึงมีข้อจำกัดสำคัญด้านเวลาแข่งขัน ตามเวลาประเทศไทยบางคู่เริ่มแข่งขันประมาณ ตี 3 และบางคู่จบช่วงเช้าประมาณ 10.00 น.

ทำให้พฤติกรรมการรับชมของคนไทย อาจไม่คึกคักเท่าการแข่งขันที่จัดในยุโรปหรือเอเชีย อีกทั้งธุรกิจที่เคยได้รับอานิสงส์จากฟุตบอลโลก เช่น ร้านอาหาร สถานบันเทิง หรือกิจกรรมชมฟุตบอลร่วมกัน ไม่สามารถใช้โอกาสนี้สร้างรายได้ได้เต็มที่..

ที่สำคัญการขายโฆษณาและการหารายได้เชิงพาณิชย์ จากการถ่ายทอดสดมีข้อจำกัดสูง ด้วยช่วงเวลาแข่งขันไม่เอื้อต่อการรับชมในวงกว้าง ทำให้ให้ภาคเอกชนไม่แสดงความสนใจกับการร่วมสนับสนุนงบประมาณซื้อลิขสิทธิ์ ด้วยประเมินแล้วว่า “โอกาสคืนทุน” จากรายได้โฆษณาอาจไม่สูงเพียงพอกับต้นทุนที่ต้องจ่ายไป

อีกหนึ่งปมคือเรื่องกฎ Must Have ของกสทช. ที่เสมือนดังห่วงค้ำคอให้รัฐต้องหาทางนำ “ฟุตบอลบอลโลก” มาให้คนไทยดูฟรี แต่ครั้นปี 2567 กสทช.มีมติ 7:0 ถอดฟุตบอลโลกออกจากกฎเหล็กนี้แล้ว ทำให้รัฐบาลไม่มีความจำเป็นทางกฎหมายที่ต้องแบกภาระดังกล่าว

เหมือนดั่งที่ “นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา” อดีตกรรมการกสทช.เตือนและข้อเสนอแนะว่า “ในเมื่อเงื่อนไขบังคับทางกฎหมายไม่มีผลผูกพันอีกต่อไป การใช้งบประมาณจากภาครัฐ เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด จึงไม่มีความจำเป็นและไม่เหมาะสม ควรเปิดทางให้ภาคเอกชนเป็นผู้รับความเสี่ยงและดำเนินการจัดซื้อลิขสิทธิ์ด้วยตนเอง”

เอาเป็นว่า “แฟนกีฬาชาวไทย” ที่พลั้งพลาดจะได้ชมฟุตบอลโลกครั้งนี้เก็บพลังและเรี่ยวแรงไว้ชมและเชียร์กีฬารายการอื่น ๆ ที่มี “นักกีฬาไทย” มีส่วนรวมในการแข่งขันน่าจะดีกว่านะ..!!??

Back to top button