‘ส่งออกไทย’ จุดเริ่มต้นที่ดีปี 2569

ปรากฏการณ์ “ตัวเลขการส่งออกไทย” เดือนมกราคม 2569 เพิ่มสูงถึง 31,573.1 ล้านดอลลาร์ ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายสถิติมูลค่าส่งออกรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์


ปรากฏการณ์ “ตัวเลขการส่งออกไทย” เดือนมกราคม 2569 เพิ่มสูงถึง 31,573.1 ล้านดอลลาร์ ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายสถิติมูลค่าส่งออกรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังเป็นสัญญาณสะท้อนถึงการปรับตัวของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีโลก ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ตัวเลขการเติบโตระดับ 24.4% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็น “เซอร์ไพรส์” ครั้งใหญ่ที่สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกให้กับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

สาเหตุหลักทำให้ตัวเลขการส่งออกพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด มาจากสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม เติบโตเกือบ 30% โดยมีพระเอกคือกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลพวงจากการที่ทั่วโลก กำลังเร่งเครื่องเข้าสู่ยุค Artificial Intelligence (AI) และการขยายตัวของ Data Centers ในประเทศมหาอำนาจและภูมิภาคอาเซียนเอง ไทยในฐานะเป็นฐานการผลิตสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain) จึงได้รับอานิสงส์นี้ไปเต็ม ๆ

นอกจากนี้สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ยังโชว์ฟอร์มได้ดี โดยเฉพาะตลาดออสเตรเลีย ที่ขยายตัวเกือบ 100% สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์และการผลิตจากไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดสากลที่มีมาตรฐานสูง

แม้ตัวเลขจะดูสวยหรู แต่ผู้อำนวยการสนค. (นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์) ตั้งข้อสังเกตที่สำคัญ คือ เรื่อง Front Loading หรือการเร่งส่งออกและนำเข้าสินค้าล่วงหน้า ปัจจัยนี้เกิดจากความกังวลเรื่อง Geopolitics หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อเส้นทางการขนส่งหรือกำแพงภาษีในอนาคต ผู้ประกอบการจึงเลือก “เดินเครื่องเต็มสูบ” ช่วงต้นปีเพื่อลดความเสี่ยง

สิ่งที่ต้องระวังคือ “อาการแผ่ว” ที่อาจเกิดขึ้นช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป เมื่อวัฏจักรการเร่งตุนสินค้าเริ่มสิ้นสุดลง รวมถึงสถานการณ์ในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา-ลาว-เมียนมา-เวียดนาม) ที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง เป็นตลาดดั้งเดิมที่ไทยเคยมีความได้เปรียบ

ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมรุ่งโรจน์อย่าง “สินค้าเกษตร” กลับมีภาพรวมลดลง 1.8% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 แม้มีสินค้าบางตัวอย่าง ไก่แปรรูป กุ้ง และผลไม้สด ที่ยังขยายตัวได้ตามฤดูกาลเทศกาล แต่ภาพรวมนี้เตือนให้เราเห็นว่า “ครัวของโลก” อย่างประเทศไทย กำลังเผชิญกับความท้าทาย ด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ฉบับใหม่ ๆ และการรุกตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงอย่าง อินเดียและตะวันออกกลาง

จึงเป็นกลยุทธ์ที่ต้องทำควบคู่กับการรักษาคุณภาพสินค้าเดิม…

จุดที่มิอาจมองข้ามได้คือแม้จะส่งออกได้มาก แต่ไทยยังขาดดุลการค้ากว่า 3,300 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากความต้องการนำเข้าสินค้าทุน และวัตถุดิบเพื่อมาผลิตต่อนั้นมีมูลค่าสูงกว่า นี่คือโจทย์ของภาครัฐและเอกชน ที่ต้องพิจารณาว่า จะทำอย่างไรให้ไทยสามารถเพิ่มมูลค่า (Value-added) ในกระบวนการผลิตภายในประเทศได้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าจากต่างประเทศ

ทิศทางการส่งออกไทยปี 2569 ยังมีความหวัง แต่เป็นการเดินอยู่บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยตัวแปรความผันผวนของค่าเงินบาท จะเป็นบททดสอบสำคัญของกำไรในมือผู้ส่งออก ขณะที่ระเบียบการค้าโลกยุคใหม่ ที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานแรงงานจะเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

Back to top button