SMO เปลี่ยนผ่านสู่การเติบโต.!

ปี 2568 บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบและพลังงานสะอาดแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตโดดเด่น


ปี 2568 บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบและพลังงานสะอาดแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตโดดเด่น แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและราคาวัตถุดิบที่ผันผวน แต่ SMO ยังรักษารากฐานที่แข็งแกร่งและเดินหน้าขยายอาณาจักรธุรกิจอย่างต่อเนื่อง 

โดย SMO มีรายได้รวม 9,934 ล้านบาท เติบโตขึ้น 58.67% เมื่อเทียบปีก่อน โดยเฉพาะไตรมาส 4/68 มีรายได้สูงถึง 2,753 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.41% ปัจจัยหลักมาจากการกลับมาดำเนินการผลิตได้เต็มรูปแบบของทุกโรงงาน รวมถึงการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อกิจการบริษัท เอ แอล ปาล์ม จำกัด ที่เข้ามาเสริมกำลังการผลิต

ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 678.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.49% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการท่ามกลางวิกฤต..!!

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญ นั่นคืออการเสนอขายหุ้น IPO ช่วงปลายปี 2568 ด้วยการระดมทุนกว่า 1,193 ล้านบาท เงินทุนดังกลาวถูกวางแผนไว้อย่างเป็นระบบเพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ทั้งลงทุนต่อยอดธุรกิจรูปแบบ Forward และ Horizontal Integration เพื่อครอบคลุมห่วงโซ่อุปทาน การชำระคืนเงินกู้เพื่อลดภาระดอกเบี้ย และการปรับปรุงกระบวนการผลิตตามแนวทาง ESG ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดเหลือเพียง 0.47 เท่า เสริมความแกร่งให้ฐานะการเงินอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ยุทธศาสตร์ขยายกำลังผลิตและฐานธุรกิจใหม่ คณะกรรมการ SMO อนุมัติโครงการลงทุนใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบแห่งใหม่ ที่มีกำลังการผลิต 75 ตันต่อชั่วโมง ด้วยงบลงทุนกว่า 960 ล้านบาท เมื่อรวมกับการขยายกำลังผลิตที่สาขาพนม จะทำให้ SMO มีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 390 ตันต่อชั่วโมง การขยายฐานการผลิตนี้สอดคล้องกับความต้องการน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกเติบโตเฉลี่ย 2.09% ต่อปี

อีกหัวใจสำคัญที่ทำให้ SMO เติบโตอย่างยั่งยืน คือ การบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตปาล์มมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อผลิตไฟฟ้าจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยปี 2568 ธุรกิจไฟฟ้า มีรายได้เพิ่มขึ้น 80.39% ช่วงไตรมาส 4/68 แนวทางนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรายได้ และลดต้นทุนพลังงาน แต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน

สำหรับแนวโน้มปี 2569 ประมาณการว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบจะทรงตัวระดับ 35 บาทต่อกิโลกรัม แม้จะมีการแข่งขันรุนแรงเรื่องการรับซื้อวัตถุดิบ เนื่องจากการขยายกำลังการผลิตของโรงงานพื้นที่ใกล้เคียง แต่ SMO มั่นใจในกลยุทธ์การปรับสัดส่วนการขายทั้งในและต่างประเทศให้เหมาะสมกับสถานการณ์รวมถึงรักษาปริมาณสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับสมดุล..

ปี 2568 คือปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ SMO จากการเป็นผู้ผลิตท้องถิ่น สู่การเป็นบริษัทมหาชนที่มีความ พร้อมทั้งด้านเงินทุน กำลังการผลิตและวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน เพื่อเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทยระดับสากลอย่างมั่นคง..!!?

Back to top button