
3BBIF กับ DIF
มีอยู่ 2 กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เวลามีการไถ่ถามทั้งจากนักลงทุน หรือบุคคลที่รู้จักกันว่า เขาอยากจะซื้อหุ้นช่วยแนะนำหน่อย หรือเขาอยากลงทุนหุ้นปันผล แบบว่า “ถือยาว ๆ” ควรจะซื้อตัว (หุ้น) ไหนดี
มีอยู่ 2 กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เวลามีการไถ่ถามทั้งจากนักลงทุน หรือบุคคลที่รู้จักกันว่า เขาอยากจะซื้อหุ้นช่วยแนะนำหน่อย หรือเขาอยากลงทุนหุ้นปันผล แบบว่า “ถือยาว ๆ” ควรจะซื้อตัว (หุ้น) ไหนดี
สองหน่วยลงทุน (หรือหุ้นนั่นแหละ) ที่ส่วนตัวจะแนะนำเกือบทุกครั้ง คือ
1.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต สามบีบี (3BBIF)
2.กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF)
3BBIF มีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่ซื้อต่อมาจากกลุ่มจัสมิน หรือ JAS
ในช่วงการปรับโครางสร้างผู้ถือหุ้น พร้อมกับนโยบายการจ่ายเงินปันผล
ราคาหน่วยลงทุนของ 3BBIF (ชื่อเดิม JASIF) ค่อนข้างแกว่ง
แต่ล่าสุด ราคาหน่วยลงทุนน่าจะเริ่มนิ่ง ๆ แล้ว อย่างล่าสุด ที่ขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายเงินปันผลงวดไตรมาส 4/68 ที่จำนวน 0.22 บาทต่อหน่วยลงทุนนั้น
วันขึ้นเครื่องกหมาย XD ราคามีย่อตัวลงมาบ้าง ก่อนจะค่อย ๆ ดีดกลับมาที่ระดับใกล้เคียงกับราคาปิดเดิม
หรือในช่วงที่สหรัฐฯ เปิดเกมถล่มอิหร่าน และทำให้หุ้นทั่วโลกรวมถึงของไทย ร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่ 3BBIF ถึงแม้จะลงตามมาบ้าง แต่ไม่ถึงกับลงแรงอะไรมาก
ราคาที่ลงมาต่ำสุดคือ 6.35 บาท ก่อนที่จะค่อย ๆ ดีดกลับ แล้วมาแกว่งในกรอบราคา 6.60 บาท +/- เล็กน้อย
แม้ในวันที่ภาพรวมของตลาดฯ อาจจะดูไม่ดีนัก บางวันดัชนีลงมากกว่า 30 จุด
ทว่าราคาของ 3BBIF ยังยืนรักษาระดับราคาของตนเองไว้ได้ค่อนข้างแกร่ง ไม่ไหวเอนรุนแรง
นักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ต่าง ๆ ที่ทำการวิเคราะห์ 3BBIF ไว้ ด้วยการประเมินว่า 3BBIF คาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลต่อปีอยู่ที่ประมาณ 0.60-0.64 บาทต่อหน่วยลงทุน
หรืออาจจะพอแยกออกมาได้ว่า ปันผลไตรมาสละ 0.15–0.16 บาทต่อหน่วยลงทุน
หากคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่อปี (เทียบกับราคาปัจจุบันที่ 6.60 บาท) จะเฉลี่ยอยู่ที่ราว ๆ 9.70%
ยีลด์ปันผลที่สูงระดับนี้ บวกกับราคาหน่วยลงทุนไม่ได้แกว่ง (ลง) มากเมื่อสถานการณ์ตลาดเงินตลาดทุนไม่ค่อยดีนัก จึงถือว่าค่อนข้างน่าสนใจ
3BBIF ยังคงเหลือสัญญาเช่า (สัญญาหลัก) ไปจนถึงปี 2581 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า
ส่วนจะได้ต่อสัญญาเช่าหรือไม่ น่าจะต้องรอช่วงปี 2576 หรือก่อน 5 ปี ที่สัญญาจะหมดลง ซึ่งหากเลยระยะเวลาดังกล่าวแล้ว และยังไม่มีความชัดเจนเรื่องต่อสัญญาเช่าสินทรัพย์ต่อหรือไม่ ราคาหน่วยลงทุนจะค่อย ๆ เริ่มปรับลด
ดังนั้น ในช่วงนับจากปี 69-75 น่าจะยังไม่มีความเสี่ยงที่ราคาปรับลง (เว้นแต่ความเสี่ยงอื่น ๆ)
ในส่วนของ DIF ราคาหน่วยลงทุนเคลื่อนไหวไม่ได้แตกต่างจาก 3BBIF มากนัก
คือ จะมีแกว่งลงบ้างในวันที่สภาพตลาดไม่ได้เอื้ออำนวย แต่ก็สามารถที่จะเด้งกลับ และมายืนได้แบบค่อนข้างมีเสถียรภาพ ล่าสุดราคาเคลื่อนไหวในกรอบ 8.40–8.50 บาท เป็นส่วนใหญ่
DIF ถือหุ้นใหญ่โดย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE
ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับ DIF อยู่ตรงที่กลุ่มนักลงทุนสถาบันที่เข้ามาถือหุ้นค่อนข้างจะหลากหลายมากกว่า 3BBIF
เช่น สำนักงานประกันสังคม, บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด ( มหาชน) และ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
รวมถึงธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
สำหรับกลุ่มแลนด์ถือหุ้นใน 3BBIF ด้วยสัดส่วนราว ๆ 5.60%
DIF มีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยต่อไตรมาสอยู่ที่ 0.22-0.23 บาทต่อหน่วยลงทุน
หรือคิดเป็นประมาณ 0.90-0.90 บาท ต่อปี และคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (เทียบกับราคาปัจจุบันที่ 9.40 บาท) จะอยู่ที่ประมาณ 9.00% ใกล้เคียงกับ 3BBIF
DIF ยังคงเหลือระยะเวลาสัญญาเช่าหลักถึงปี 2576 แต่มีการต่ออายุไปอีก 10 ปี หรือจะหมดลงในปี 2586
ดังนั้น ในด้านของอายุสัญญาเช่าสินทรัพย์ของ DIF จะเหลือมากกว่า 3BBIF
ทำให้เห็นการเข้าลงทุนของนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย เลือกที่จะลงทุนใน DIF
ช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นแกว่งแรง และหลายหุ้นราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงจนเวียนหัว
ลองปรับพอร์ต เพิ่มสัดส่วนในหุ้นปันผลให้เยอะขึ้นก็น่าจะดีนะครับ