BKA ‘ต่อศักดิ์’ ได้แต่ใดมา.?

เกิดอิหยัง..!! กับหุ้นบ้านมือสองอย่างบริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA กันเนี่ย..??


เกิดอิหยัง..!! กับหุ้นบ้านมือสองอย่างบริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA กันเนี่ย..?? ที่จู่ ๆ ผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์ 3 เบอร์ 4 และเบอร์ 5 จึงพร้อมใจกันปรับพอร์ต…ส่วนจะนัดหมายกันไว้หรือเปล่า..?? อันนี้มิอาจทราบได้

โดยจากรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์แบบ 246-2 ของก.ล.ต. พบว่า เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 “ต่อศักดิ์ วงศ์พจนีย์” ผู้ถือหุ้นเบอร์ 3 ได้ซื้อหุ้นจำนวน 11.49 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.4738% ส่งผลให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 22.99 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.9476% จากเดิมถือ 10.30 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.90%

ก็น่าตั้งข้อสังเกตว่าใครขายหุ้นให้กับ “ต่อศักดิ์” ..?? ซึ่งยังไม่ปรากฏข้อมูลที่ชัดเจน

แต่ถ้าไปย้อนดูความเคลื่อนไหวในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จะพบว่า “กวิน เตชนันท์”  ผู้ถือหุ้นเบอร์ 5 ได้รายงานธุรกรรมการขายหุ้นในวันที่ 23 ก.พ. 2569 จำนวน 4.40 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.0952% ส่งผลให้เหลือถือหุ้น 7.70 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.6666% จากเดิมถือ 12.10 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.7619%

นอกจากนี้ ยังมี “วินิตตา เทียนรุ่งโรจน์” ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์ 4 และเป็นภรรยาของ “พชร ธนวงศ์เกษม” ผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์ 1 รายงานการขายหุ้นเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 จำนวน 400,000 หุ้น ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 0.85 บาท ส่งผลให้เหลือถือหุ้น 7.10 ล้านหุ้น จากเดิมถือ 7.5 ล้านหุ้น คิดเป็น 3.57%

ก็ไม่รู้ว่าสองคนนี้ได้ขายหุ้นให้กับ “ต่อศักดิ์” หรือเปล่า..?? หรือเป็นคนอื่นที่ขาย..??

สิ่งที่น่าคิดในมุมของคนซื้อหุ้นเพิ่ม…เห็นอะไรดีใน  BKA ..??

โอเค…แม้จะบอกว่า BKA เป็นอสังหาฯ ที่เน้นการรีโนเวทบ้านมือสองขาย ไม่ได้เป็นการสร้างบ้าน สร้างคอนโดมิเนียม ในลักษณะ project by project ทำให้เงินไม่จมเหมือนผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่น แถมตอนนี้บ้านมือสองเป็นที่ต้องการมากกว่าบ้านมือหนึ่ง ซึ่งเป็นโอกาสของ  BKA…ก็ถูกแหละ

แต่จากภาวะตลาดอสังหาฯ โดยรวมที่ซบเซาหนัก จากกำลังซื้อที่หดตัวแรง แล้วไหนจะถูกซ้ำเติมจากการที่แบงก์เข้มงวดในการปล่อยกู้ จนทำให้ยอด Reject Rate หรืออัตราการปฏิเสธสินเชื่อบ้านและคอนโดฯ พุ่งสูงปรี๊ดดด กลายเป็นแรงกระแทกมายัง BKA อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…

ครั้นก่อนหน้านี้  BKA เคยขายไอเดียจะเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 105 ล้านหุ้น จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) ในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาหุ้นละ 0.60 บาท คิดเป็นมูลค่า 63 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาขยายการลงทุน สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ

แต่ผู้ถือหุ้นไม่ซื้อไอเดีย..?? สงสัยอาจมองว่า BKA เพิ่มทุนเร็วไปหน่อย..?? 

เข้าตลาดฯ มาไม่ทันครบปี ก็ประกาศเพิ่มทุนเสียแล้ว เลยถูกมองในแง่ลบ…มากกว่าแง่บวกนะสิ

ด้าน BKA จึงต้องหันมาปรับกลยุทธ์ จากเดิมวาดฝันจะเพิ่มสัดส่วนการขายบ้านตัด ยกระดับรูปแบบการตกแต่งให้มีความหรูหรา พรีเมียมมากขึ้น…เมื่อจำใจต้องล้มแผนเพิ่มทุนไป ก็ปรับมาลดจำนวนบ้านตัดที่จะทำการยกระดับรูปแบบการตกแต่งให้มีความหรูหรา พรีเมียมลง และลดความเร็วในการเพิ่มธุรกรรมต่อยอดทางธุรกิจ ได้แก่ ให้บริการรับรีโนเวทบ้าน ออกแบบและตกแต่งบ้าน และเป็นนายหน้าซื้อ ขาย เช่า คอนโด เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ก็ปรับแผนไปใช้บริการแบงก์พาณิชย์ขอกู้เงินจำนวน 33 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแทน

หันไปดูงบปี 2568 ก็ไม่สู้ดี…พลิกไปขาดทุน 26.29 ล้านบาท จากรายได้รวม 629.29 ล้านบาท 

งั้นจะบอกว่า “ต่อศักดิ์” คาดหวัง  BKA กลับมาดีวันดีคืนเร็ว ๆ นี้ ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะตลาดอสังหาฯ คงไม่ฟื้นในปีนี้…

หรือคาดหวังเรื่องเงินปันผล…ก็ไม่น่าจะใช่อีกแหละ เพราะสถานะปัจจุบันมีตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรอยู่ที่ 6.59 ล้านบาท นั่นทำให้ BKA ไม่สามารถจ่ายปันผลได้ จนกว่าจะล้างขาดทุนสะสมให้หมดเกลี้ยง

แต่ด้วยสถานการณ์ของ BKA ที่เป็นอยู่ จึงไม่น่าแปลกใจสำหรับมุมของคนที่ขายหุ้นออกมา…ซึ่งขายตอนนี้ยังมีกำไร เนื่อง จากเป็นผู้ถือหุ้นเดิม จะมีต้นทุน ณ ราคาพาร์อยู่ที่ 0.50 บาท

ว่าแต่จะมีใครขายอีกบ้างเนี่ย..?? เป็นช็อตที่ต้องจับตากันต่อไป..!!

แต่ถ้าเมื่อไหร่เห็น “พชร ธนวงศ์เกษม” ขายหุ้นแล้วละก้อ…สัญญาณคงไม่สู้ดีแล้วละ..!?

…อิ อิ อิ…

Back to top button