คิกออฟ CLICX.!

รอมาแรมปีที่ว่าด้วยเรื่องเวอร์ชวลแบงก์ (Virtual Bank) หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องก็พยายามกระตุ้นอยู่เรื่อย ๆ


รอมาแรมปีที่ว่าด้วยเรื่องเวอร์ชวลแบงก์ (Virtual Bank) หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องก็พยายามกระตุ้นอยู่เรื่อย ๆ ขณะที่ความคืบหน้าที่ชัดเจนล่าสุด ธนาคารคลิกซ์ (CLICX) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ 3 บริษัทใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ถือหุ้น 41% ตามด้วยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ถือหุ้น 39% และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ถือหุ้น 20% ได้ใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง เพื่อประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกในประเทศไทยแล้วนะ…

งั้นไปทำความรู้จัก CLICX กันหน่อยดีมั้ย..!?

CLICX เป็นธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาที่ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Bank in One CLICX” ที่ต่อยอดจากการเป็นธนาคารดิจิทัลไปสู่การเป็น Beyond Banking ผ่านการเชื่อมโยงบริการทางการเงินเข้ากับชีวิตประจำวันแบบไร้รอยต่อ โดยนำเทคโนโลยี AI มายกระดับประสบการณ์ลูกค้า ใช้การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานจริง (Real-life Behavior) และข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เพื่อสร้างมุมมองทางการเงินที่ครอบคลุมมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังนำจุดแข็งของแต่ละบริษัท ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมากของ ADVANC ความเชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงินของ KTB และระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคของ OR มาผสานรวมกัน 

ส่งผลให้ CLICX ไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันธนาคารใหม่ แต่เป็นแพลตฟอร์ม Embedded Banking ที่เชื่อมโลกการเงินเข้ากับชีวิตจริงอย่างสมบูรณ์ ลดข้อจำกัดด้านสาขา เอกสาร และรูปแบบบริการแบบเดิม พร้อมช่วยให้ประชาชนสามารถบริหารเงิน ออมเงิน และเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับตนเองได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเป็นธรรมมากขึ้น 

ขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักของ CLICX คือกลุ่มที่ระบบการเงินแบบเดิมยังเข้าไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ แรงงานรายวัน ไรเดอร์ คนขับแท็กซี่ นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และผู้ประกอบการรายย่อย ที่อาจมีข้อจำกัดด้านเอกสารรายได้หรือประวัติทางการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Financial Inclusion เพื่อเปิดโอกาสทางการเงินให้กับประชาชนทุกกลุ่ม

โดย CLICX มีแผนจะเปิดให้บริการภายในเดือน มิ.ย. 2569 แล้วนะ

ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกกำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ แต่ที่น่าฉงนงงงวยเห็นจะเป็นการขอผ่อนผันเลื่อนเปิดบริการของ 2 รายที่ได้ใบอนุญาตไปแล้ว ซึ่งแว่ว ๆ มาว่ามี 1 รายที่พร้อมเปิดในปีนี้ ส่วนอีก 1 รายเลื่อนไปเปิดในปีหน้า

โอเค…ในส่วนของกลุ่มบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (กลุ่มแอสเซนด์ มันนี่ หรือ ทรูมันนี่ และมี Ant Group บริษัทฟินเทคจากจีนในเครือ Alibaba เป็นพันธมิตร) ขอเลื่อนเปิดบริการ อันนี้พอเข้าใจได้…เนื่องจากมีเงื่อนไขต้องรอผู้ถือหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ซึ่งมีนัดหมายประชุมกันในวันที่ 29 พ.ค. 2569 นี้ 

จะไฟเขียวให้โอน 3 บริษัทในเครือ ประกอบด้วย บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด  (Counter Service) บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด (Thai Smart Card) และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาอ๊ะป่าว..?? 

แต่สำหรับกลุ่มบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่ร่วมกับ WeTechnology (WeBank) จากจีน และ KaKaoBank จากเกาหลีใต้ ทำไมต้องขอเลื่อนเปิดให้บริการด้วยนะ…ไม่เข้าใจ๋ ๆ ในเมื่อชื่อก็ตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยจะดำเนินการภายใต้ชื่อ “แบงก์เอกซ์” (BankX) 

มีจุดไหนที่กลุ่มนี้ไม่พร้อม..?? ชักอยากรู้แล้วสิ..??

แต่ถ้าพูดถึงหลักการตลาด…คนทำก่อนมักได้เปรียบนะ ซึ่งตรงกับทฤษฎี First-Mover Advantage โดยสามารถสร้างความคุ้นเคย และมีเวลาในการเก็บข้อมูลนำมาปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่า ขณะเดียวกัน ลูกค้ามักจะจดจำแบรนด์แรกที่รู้จักได้ดีที่สุด และจะเกิดความคุ้นเคยจนทำให้เกิดความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ได้ง่ายกว่า 

ในทางกลับกัน ก็จะเกิดความกดดันค่อนข้างสูง ถ้าทำได้ไม่ดี คู่แข่งก็สามารถนำจุดอ่อนมาสร้างความท้าทายได้เช่นกัน

ส่วนการเป็นผู้ตาม หรือ Fast Follower ก็ใช่ว่าจะแย่นะ…สามารถใช้กลยุทธ์ “ทำทีหลังแต่ดีกว่า” เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดได้เหมือนกัน

ซึ่งถ้าดูจากชื่อชั้นของแต่ละกลุ่มที่มาแข่งในสังเวียนธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาแล้ว…ก็น่าติดตามว่าใครจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในสังเวียนนี้

น่ารัก…น่าลุ้นจริง ๆ พับผ่าสิ..!!

…อิ อิ อิ…

Back to top button