จุดแข็ง KTB และ KTC

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB มีความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่ค่อนข้างแกร่งมาก ราคาแกว่งในกรอบ 24.25–35.25 บาท มาแล้วพักใหญ่


ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB มีความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่ค่อนข้างแกร่งมาก

ราคาแกว่งในกรอบ 24.25–35.25 บาท มาแล้วพักใหญ่

ในช่วงที่สหรัฐฯ เริ่มเปิดการโจมตีอิหร่าน ราคาหุ้นกรุงไทย เกิดการย่อตัวลงมาที่ระดับ 31.50-32.00 บาท ปรากฏว่า เกิดแรงซื้อกลับเข้ามาหนาแน่น

ทำให้ราคาหุ้นดีดกลับขึ้นมาแกว่งในกรอบเดิมอย่างรวดเร็ว

สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการหุ้นกรุงไทยของกลุ่มนักลงทุนมีอยู่ค่อนข้างสูง

จุดแข็งของหุ้นกรุงไทย เริ่มจาก “เงินปันผลสูง” จัดอยู่ในกลุ่ม High Dividend Yield โดยได้รับการจับตาว่าเป็นหุ้นแบงก์ที่มีปันผลโดดเด่น อย่างล่าสุด ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 68 อีก 2.24 บาทต่อหุ้น (รวมปันผลพิเศษ 0.60 บาท) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล ณ ราคาปิดล่าสุด (35.00 บาท) เท่ากับ 6.4%

จุดแข็งที่เป็นจุดเด่นอื่น อีก เช่น แนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่ง กำไรยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

โดยกรุงไทยถูกมองว่าเป็นธนาคารที่มีการเติบโตของกำไรเด่นที่สุดในกลุ่มธนาคารในปี 69 แม้ในสภาวะเศรษฐกิจท้าทายแต่ผลประกอบการยังคงเติบโตมั่นคง

ไม่เพียงเท่านั้น การมีสถานะแบงก์รัฐ  หรือ State-owned Bank ทำให้เกิดความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือและความมั่นคงในการดำเนินงาน

ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์หลายแห่ง ได้มีการปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น เนื่องจากมองเชิงบวกต่อพื้นฐานที่แน่นของกรุงไทยด้วย

16 โบรกเกอร์ที่วิเคราะห์หุ้นกรุงไทย มีคำแนะนำให้ “ซื้อ” 15 แห่ง และ “ถือ” 1 แห่ง 

ราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 41.00 บาท (บล.ธนชาต)

และราคาหุ้นที่เป็นค่าเฉลี่ยจาก 16 โบรกเกอร์อยู่ที่ 35.00 บาท หรือเท่ากับราคาปิดวานนี้พอดี

หุ้นกรุงไทย ราคาน่าจะแกว่งอยู่ในกรอบ 34.00-35.00 บาท ไปจนถึงวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 10 เม.ย.นี้ ซึ่งเชื่อว่า หากราคาขึ้นไปมากกว่า แรงซื้อตามไม่น่าจะมากนัก (และไม่ควรตาม) แต่หากราคาหลุด 34.00 บาทลงมา (ก่อนขึ้น XD) จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาหนาแน่นเช่นเดิม

มาดูหุ้น “บัตรกรุงไทย” หรือ KTC (เคทีซี) กันบ้าง

เคทีซี มีแบงก์กรุงไทยถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 49.29% แน่นอนว่า ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในด้านของความมั่นคงทางการเงินได้ดี รวมถึงช่องทางการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้า

เคทีซี ถูกจัดหรือยกให้เป็นอีกหุ้นที่มีพื้นฐานธุรกิจเข้มแข็ง จากกำไรสุทธิเติบโตสม่ำเสมอในแต่ละปี ทำนิวไฮได้ตลอด และปี 69 ถูกคาดหมายว่าจะทำกำไรนิวไฮได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีกระแสเงินสดคล่องตัว มีการตั้งสำรองหนี้สูญในระดับที่สูง ซึ่งช่วยลดความผันผวนของกำไรได้ดี และมีการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ

และแม้บางช่วงราคาหุ้นเกิดความผันผวนบ้าง แต่เราจะเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วดึงราคาหุ้นเคทีซีกลับมายังจุดเดิมได้

นั่นเพราะนักลงทุนมองว่า เป็นโอกาสที่จะเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานดี ในช่วงราคาถูก

และที่สำคัญคือการอัตราการจ่ายเงินปันผลระดับสูงเช่นเดียวกับแบงก์กรุงไทย

เคทีซี ได้ปรับเรื่องกาศจ่ายเงินปันผลด้วยการเพิ่ม Dividend Payout Ratio (DPR) หรืออัตราส่วนการจ่ายเงินปันผล ขึ้นมาจากเดิม ทำให้เงินจ่ายปันผลสูงขึ้น และทำให้ยีลด์ปันผลขึ้นมาโดดเด่น

ล่าสุด เคทีซีปันผลปี 68 ที 1.77 บาทต่อหุ้น คิดเป็นยีลด์ปันผลเมื่อเทียบกับราคาปิดล่าสุด (29.25 บาท) จะอยู่ที่ 6.05% และขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 10 เม.ย.นี้เช่นเดียวกับแบงก์กรุงไทย

เคทีซี มีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 47.00 บาท (UOBKHST)

และราคาเฉลี่ยหรือ Consensus จาก 12 โบรกเกอร์อยู่ที่ 36.00 บาท 

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

และมีแนะนำ “ขายเพียง 1 แห่ง (CGSI)”

Back to top button