
TOP กับ SPRC
นอกเหนือจากข้อสงสัยเกี่ยวกับหุ้น บมจ.ปตท (PTT) และ ปตท.สผ (PTTEP) ที่ช่วงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวน แต่ทำไมราคาวิ่งแตกต่างกัน
นอกเหนือจากข้อสงสัยเกี่ยวกับหุ้น บมจ.ปตท (PTT) และ ปตท.สผ (PTTEP) ที่ช่วงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวน แต่ทำไมราคาวิ่งแตกต่างกัน
ซึ่งผลเขียนลงในคอลัมน์ก่อนหน้านี้ไปแล้วแบบคร่าวๆ
ทว่า ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหุ้นพลังงานอย่างน้ำมันอีก เช่น กลุ่มโรงกลั่น นั่นคือ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC และ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP
เพราะนับจากวันที่สหรัฐฯ เปิดเกมถล้มอิหร่าน จนมีการตอบโต้กลับไปมา
และทำให้ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นต่อเนื่อง โดยในช่วงแรกทั้งหุ้น TOP และ SPRC กลับร่วงลงทั้งคู่ พร้อมๆ กัน
เหตุผลเพราะนักลงทุนหวั่นว่าวัตถุดิบ คือ “น้ำมันดิบ” ที่ต้องส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือจากบริเวณจากตะวันออกกลางจะมีปัญหา จนส่งผลต่อน้ำมันดิบที่จะเข้ามายังโรงกลั่นฯ อาจเกิดขาดแคลน หรือมีปริมาณลดลง
แต่เมื่อเป้าการโจมตีได้ขยายวงจากพื้นที่ทางการทหารและความมั่นคงมายังด้านพลังงาน นั่นคือ “จุดเปลี่ยน” ของมุมมองนักลงทุนที่ปรับการประเมินแบบครอบคลุม มาเป็นพิจารณาดูกันเป็นจุดๆ ไปว่าสถานการณ์ดังกล่าวที่เปลี่ยนแปลงไป แม้จะเป็นหุ้นกลุ่มเดียวกัน แต่ในระบบการผลิตจะมีความต่างกัน
ดังนั้น การตัดสินใจ “ซื้อ” หรือ “ขาย” หุ้นตัวใดตัวหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เริ่มถูกมองต่างกัน
อย่างหุ้น TOP ที่ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่า SPRC ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา เพราะเมื่อพิจารณาในเชิงลึกแล้ว พบว่า โครงสร้างธุรกิจของ TOP นั้นหลากหลายกว่า
โดยเฉพาะความสามารถในการทำกำไรจาก “ผลิตภัณฑ์” ที่แตกต่างกัน
และโรงกลั่นที่ซับซ้อนกว่า
ส่วน SPRC จะมีความอ่อนไหวสูงต่อค่าการกลั่น (GRM) ที่ผันผวนและค่าเงินบาท ขณะที่ TOP มักได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นที่ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าในช่วงที่ความต้องการแข็งแกร่ง เช่นปัจจุบัน
ในด้านทางเทคนิคนั้น
ความซับซ้อนของโรงกลั่น (Refinery Complexity) :TOP มีโรงกลั่นที่มีความซับซ้อนสูง ทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้มากกว่า เมื่อค่าการกลั่นในภาพรวมเพิ่มขึ้น TOP จะได้รับประโยชน์มากกว่า
โครงสร้างธุรกิจ : TOP ไม่ได้มีแค่ธุรกิจโรงกลั่น แต่ยังมีส่วนของปิโตรเคมีและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ทำให้ความเสี่ยงกระจายตัวดีกว่า
ค่าการกลั่น(GRM) และความผันผวน : SPRC ได้รับแรงกดดันสูงหากค่าการกลั่นอ่อนตัวลง หรือมีขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน(Stock Loss) ในช่วงราคาน้ำมันผันผวน
จะเห็นว่าหุ้นที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ไม่ใช่ว่า เมื่อมีหุ้นตัวหนึ่งมีปัญหา แล้วจะทำให้อีกหุ้นหรืออีกหลายหุ้นในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน จะมีปัญหาเหมือนกัน
ในทางกลับกัน เมื่อมีปัจจัยบวกเข้ามายังกลุ่มหุ้นนั้นๆ
หุ้นที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ก็ไม่ใช่ว่าจะได้รับผลบวกทุกหุ้น เพราะโครงสร้างธุรกิจที่แตกต่างกัน
ทีนี้ ข้อมูลเชิงลึกแบบนี้ ต้องยอมรับว่า กลุ่มนักลงทุนที่เข้าถึงข้อมูลนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักลงทุนสถาบันทั้งของไทยและต่างประเทศ ส่วนรายย่อย อาจจะค่อนข้างยากกว่าสักหน่อย เว้นแต่จะศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง หรือเข้าไปคลุกคลีกับธุรกิจนั้นๆ บจ.นั้นๆ จริงๆ
อย่างข้อมูลเรื่องของ TOP และ SPRC ที่ได้มานั้น ก็มาจากกลุ่มนักลงทุนสถาบัน เพราะส่วนตัวนั้น อยากรู้เช่นกัน
ซึ่งจริงๆ แล้ว ยังมีข้อมูลที่ซับซ้อนมากกว่านี้…
แต่พยายามนำมาสรุปๆ ให้อ่านกัน