ภาพมายา DELTA 

ถึงแม้ตลาดหุ้นไทยจะสามารถยืนปิดที่ระดับ 1,489.66 จุด บวกไป 4.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.34 หมื่นล้านบาทได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเป็นการบวกสวนตลาดหุ้นต่างประเทศที่แดงเถือกได้ก็ตาม


ถึงแม้ตลาดหุ้นไทยจะสามารถยืนปิดที่ระดับ 1,489.66 จุด บวกไป 4.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.34 หมื่นล้านบาทได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเป็นการบวกสวนตลาดหุ้นต่างประเทศที่แดงเถือกได้ก็ตาม แต่อีฉันก็เห็นแย้งว่า นี่ไม่ใช่ภาพที่แท้จริงของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากหุ้นตัวหลักอย่าง DELTA กลับมาแสดงอิทธิฤทธิ์แบบ “โนสน โนแคร์” หลายคนเลยเชื่อว่า การที่หุ้นไทยจะขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,500 จุดต้องพึ่งหุ้นตัวนี้นะจ๊ะ

ประกอบกับการซื้อหุ้นของนักลงทุนสถาบันเป็นลักษณะการเกาะกระแส เพื่อเล่นเก็งกำไรสั้น ๆ เป็นรอบ “โมนิก้า” ถึงมองบรรยากาศตลาดหุ้นไทยยังแทงกั๊กเหมือนก่อนหน้านี้ทุกอย่าง ซึ่งดูได้จากหุ้นหลายตัวยังผงกหัวไม่ขึ้นสักที หรือบางตัวเริ่มขึ้นได้อีกครั้งก็จริง แต่โอกาสที่จะไปต่อก็เลือนรางเหลือเกิน เพราะวอลุ่มซื้อหายไปแบบไม่บอกกล่าว น้องโมถึงรู้สึกอึดอัดใจแทนรายย่อยเจ้าค่ะ

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงการยืนปิดของหุ้นเดลต้าที่ระดับ 298 บาท บวกไป 14 บาท หรือขึ้นไป 4.93% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.01 พันล้านบาท และมีผลต่อดัชนีมากถึง 13.58 จุดแบบนี้ มันถูกต้องตามหลักการจริงเหรอ? และอีกอย่างก็คือ ด้วยราคาบนกระดานระดับนี้ รายย่อยแทบไม่มีโอกาสที่จะเล่นได้เลย เพราะเงินบนหน้าตักไม่เยอะเหมือนพวกนักลงทุนสถาบันไงล่ะคะ

ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า ในระหว่างที่ราคาหุ้นกำลังไต่เพดานขึ้นเรื่อย ๆ มักมีข่าวดีเรื่องสร้างโรงงานใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และคล้อยหลังจากนั้นได้ไม่นาน มักมีข่าวเรื่องซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ราคาหุ้นวิ่งทะลุเป้าที่โบรกเกอร์ให้ไว้บริเวณ 280 บาทอย่างน่าอัศจรรย์แบบนี้ เขาถึงเม้าท์กันให้แซ่ดว่า ของไต้หวันมันแรงจริง ๆ นะตัวเอง

ขนาดหุ้นนายกฯ ที่แน่ ๆ อย่าง STECON ยังถูกขายออกมาตั้งแต่เช้าจรดเย็น จนหุ้นลงมาปิดที่ระดับ 11.70 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 7.87% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 601ล้านบาทแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นการจบรอบของการเก็งกำไร แม้จะรู้ดีว่า มีงานในมือแสนล้าน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟเด่นชัย-เชียงราย, มอเตอร์เวย์ M7 รวมทั้งระบบรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง Data Center และพลังงานหมุนเวียน ก็ไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น เพราะไม่อยากถือหุ้นข้ามสัปดาห์จ้า

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” อยากเอ่ยถึงหุ้น ITC เพื่อชี้ให้เห็นแรงขายที่ออกมา 2 วันติด ซึ่งฉุดหุ้นลงมาปิดที่ระดับ 14.90 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 3.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 84 ล้านบาท ล้วนเกิดจากความกังวลเรื่องสงครามที่ยืดเยื้อจะทำให้ยอดขายตก ผนวกกับต้นทุนอาหารหมาแมวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงออกไปก่อนแบบนี้..ซึมยาวจ้า!

ขนาดหนึ่งในเจ้าพ่อสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างหุ้น AEONTS โชว์งบปีด้วยกำไรโตกว่าปีก่อน แต่ถูกขายแบบไม่เห็นคุณค่าเสียอย่างนั้น วานนี้ถึงเห็นหุ้นลงไปกองอยู่ที่ระดับ 91.75 บาท ลบไป 2.50 บาท หรือลงไป 2.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 81 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 7.54 เท่าแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่เกิดจากความกังวลที่ว่า “เศรษฐกิจไม่ดี..สินเชื่อไม่โต..หนี้เสียเพิ่มขึ้น” ซึ่งจะกดดันราคาหุ้นให้ต่ำไปอีกนานค่ะ

โดยอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนสุดคือ หุ้นหม้อร้อน M เพราะเพิ่งผ่านสงครามราคาในแบบ “ลดสะบั้น หั่นแหลก” มาหยก ๆ ก็มาเจอเรื่องต้นทุนในการทำธุรกิจสูงขึ้น ขณะเดียวกันจะเห็นว่า กำลังซื้อของลูกค้าก็ลดลง ราคาหุ้นจึงขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ และวนเวียนไปมาในกรอบ 18-20 บาทเป็นเวลานาน

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button