
กลต.ไล่ฟาดหัวโจก
หลังจากที่อีฉันสาละวนอยู่กับบรรยากาศตลาดหุ้นเป็นเวลานาน วันนี้ก็ถึงเวลาเม้าท์ถึงเรื่องร้อนที่ทุกวงเสวนาเม้าท์จนน้ำลายแตกฟอง
หลังจากที่อีฉันสาละวนอยู่กับบรรยากาศตลาดหุ้นเป็นเวลานาน วันนี้ก็ถึงเวลาเม้าท์ถึงเรื่องร้อนที่ทุกวงเสวนาเม้าท์จนน้ำลายแตกฟอง โดยเฉพาะการที่ ก.ล.ต. ออกมาเบรกธุรกรรมอันชวนสงสัยของ EMPIRE (เดิมคือหุ้น 24CS) พร้อมกับสั่งการให้เปิดเผยข้อมูลการซื้อขายสินทรัพย์อันมีนัยสำคัญกับ SPTX (เดิมคือหุ้น NEWS) ซึ่งเป็นช็อตที่ทำให้บรรดาขาเผือกวิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นา นา นะจ๊ะ
ที่น่าสนใจคือ เสียงส่วนใหญ่พูดไปในทางเดียวกันว่า แอ็คชันของสำนักงานเที่ยวนี้น่าชื่นชมอย่างมาก หลังได้กลิ่นตุ ๆ จากธุรกรรมพันลึกที่ส่อไปในทางเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายย่อย โดยเฉพาะการขายหุ้นบริษัทย่อย 3 แห่งที่ บมจ.เอ็มไพร์ ถืออยู่ 100% คือ บ. ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ หรือ OIN, บ.ออกานิกส์ กรีนส์ ฟาร์ม หรือ OGF และ บ.ด็อกเตอร์ เจล หรือ DRJ (รวมเรียกว่า กลุ่มบริษัท DRJ) โดยได้หุ้น บ.มัลทิตา หรือ MTT และ บมจ.เอสพีที เอกซ์ หรือ SPTX เป็นการตอบแทนซะงั้น!
โดยไฮไลต์ที่น่าสนใจอยู่ที่การขายหุ้น OIN ทั้งหมดมูลค่ารวมไม่เกิน 125 ล้านบาท ให้แก่ SPTX พร้อมทั้งให้ EMPIRE รับโอนหนี้ 9.1 ล้านบาท ตามสัญญากู้ยืมเงินระหว่าง MTT ในฐานะผู้ให้กู้ และ SPTX ในฐานะผู้กู้ ด้วยวิธีการแปลงหนี้ใหม่ โดยการทำรายการครั้งนี้ SPTX ใช้วิธีการโอนหุ้นสามัญของ MTT มูลค่าไม่เกิน 134.1 ล้านบาท ให้กับ EMPIRE เพื่อเป็นการชำระค่าตอบแทนแบบนี้..ชาวหุ้นเขาบอกว่า สุดยอดวิชาของแทร่!
นอกจากนี้ยังขายหุ้นทั้งหมดที่ถือใน OGF มูลค่าไม่เกิน 45 ล้านบาท และ DRJ มูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้กับ SPTX โดยทาง SPTX จะชำระค่าตอบแทนรวมไม่เกิน 50 ล้านบาท ด้วยวิธีการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนของ SPTX จำนวน 5 พันล้านหุ้น แทนการชำระด้วยเงินสด โดยธุรกรรมการขายหุ้นกลุ่มบริษัท DRJ มีขนาดรายการรวมเท่ากับร้อยละ 283.49 แบบนี้…ก.ล.ต.ย่อมเกิดอาการหงุดหงิดเป็นธรรมดา เพราะมองไม่เห็นความคุ้มค่าของดีลนี้นะซี
งานนี้เลยทำให้สำนักงานต้องจึ้จุดตายออกมาเป็นข้อ ๆ ไล่ตั้งแต่ EMPIRE ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 67 ให้เข้าลงทุนในกลุ่มบริษัท DRJ หลังเล็งเห็นว่า น่าจะสร้างรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญ แต่ระยะเวลาเพียงแค่ 1 ปี บรรดาบอร์ดของ EMPIRE กลับคิดจะเลิกธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารเสริม และเบนเข็มมาทำธุรกิจไอทีเสีบฉิบ!..งงกันเป็นแถบซิคะ
เนื่องจากของมันเห็นทนโท่จากงบการเงินของ EMPIRE ว่า ปี 68 กลุ่มบริษัท DRJ สร้างรายได้ในระดับ 545.24 ล้านบาท และสร้างกำไรมากถึง 66.94 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วนรายได้lสูงถึง 76.54% พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงการขายธุรกิจทำเงินออกไปจะคุ้มจริงไหม? และยังตอกลิ่มลงไปอีกว่า การเข้าลงทุนในธุรกิจของ MTT ซึ่งเป็นธุรกิจที่ยังไม่แสดงกำไรให้เห็นเป็นขวัญตา และยังไม่รู้จะเติบโตได้ไหม?..หวยเลยไปออกที่บอร์ดเต็ม ๆ เจ้าค่ะ
ถึงกระนั้นทาง EMPIRE ก็ทำหนังสือแย้งกลับไปที่ ก.ล.ต. ว่า ธุรกิจของกลุ่ม DRJ ไม่อยู่ในแผนระยะยาว แถมยังต้องเผชิญกับการแข่งขันรุนแรง รวมทั้งต้องใช้เงินทุนมากในการขยายธุรกิจ ขณะที่ธุรกิจของ MTT ใช้เงินลงทุนและเงินหมุนเวียนน้อยกว่า ก่อนจะย้ำให้เห็นข้อดีอีกหนึ่งอย่างก็คือ บริษัทสามารถรับรู้กำไรจากการจำหน่ายกลุ่มบริษัท DRJ ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่อง และยังช่วยแก้ไขปัญหาเครื่องหมาย CB อีกด้วยนะนายจ๋า
งานนี้บอกได้เลยว่า สังคมขาเผือกพุ่งเป้าไปที่คนหลังม่านอย่าง “เฮีย.ซ” เพราะน่าจะเป็นคนที่คิดดีลพิสดารพันลึก ขณะเดียวกันเริ่มมีการพูดถึงประวัติของซีอีโอ ซึ่งรับหน้าเสื่อเข้ามาจัดโครงสร้างใหม่ให้บริษัทอย่าง “เจ๊ปุ้ม” เคยผ่านงานที่ EFORL แบบนี้ “โมนิก้า” มองว่า มันแน่นอน เพราะสำนักงานคงไม่ปล่อยให้ดีลนี้เดินหน้าง่าย ๆ ซึ่งเรา ๆ ท่าน ๆ เคยเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหุ้น ACC ซึ่งถูกสั่งระงับขายหุ้น PP และให้ชี้แจงเพิ่มเติมมาแล้ว..ไม่เชื่อลองถาม “เฮีย.ว” ดูก็ได้จ๊ะ
โมนิก้าและทีมงาน