BANK บุญเก่า & กรรมใหม่.!

สิ้นสุดไปหมาด ๆ กับการประกาศงบแบงก์ไตรมาสแรกปี 2569 ซึ่งกลุ่มแบงก์ทำกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 68,685 ล้านบาท แต่ละแบงก์ดูดีกันถ้วนหน้า


สิ้นสุดไปหมาด ๆ กับการประกาศงบแบงก์ไตรมาสแรกปี 2569 ซึ่งกลุ่มแบงก์ทำกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 68,685 ล้านบาท แต่ละแบงก์ดูดีกันถ้วนหน้า อาจจะมีบางแบงก์กำไรต่ำคาดการณ์ไปบ้าง แต่โดยรวมถือว่าดูดีนะจิบอกให้..!!

จะว่าไปตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ปี 2569 แม้สถานการณ์โดยรวมยังไม่ได้ดีเด่อะไร แต่แนวโน้มเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขนาดแบงก์ขนาดกลาง – เล็ก อย่างธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ที่เคยติดกับดักรถยึด ต้องตั้งสำรองฯ ก้อนโตมาหลายปี ก็เริ่มผ่อนคลายลง จากอานิสงส์ตลาดรถยนต์ในประเทศที่กลับมาเติบโต…

ส่งผลให้งบไตรมาส 1/2569  KKP ฟาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,955.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,061.61 ล้านบาท ฟาก TISCO โชว์กำไรสุทธิ 1,733.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,643.38 ล้านบาท 

ขณะที่บรรดาแบงก์ใหญ่ก็อยู่ในเทียร์ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์สีเขียว ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ฟาดกำไรสุทธิไป 14,667.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13,791.45 ล้านบาท ส่วนแบงก์สีฟ้า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กำไรอู้ฟู่ 12,437.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11,173.69 ล้านบาท 

ฟากธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB มีกำไรสุทธิ 5,169.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,096.01 ล้านบาท ขณะที่แบงก์สีเหลือง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY โชว์กำไรสุทธิ 8,617.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7,533.48 ล้านบาท 

มีแค่สองแบงก์ใหญ่เท่านั้นที่กำไรดรอปลง นั่นคือ แบงก์ม่วง บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10,195.42 ล้านบาท ลดลง 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,502.09 ล้านบาท ส่วนแบงก์สีน้ำเงิน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10,993.77 ล้านบาท ลดลง 12.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,617.78 ล้านบาท 

อันนั้นเป็นผลงานในไตรมาส 1/2569 ซึ่งเปรียบเป็นบุญเก่าที่ทำมาหนหลังแหละ…

แต่ที่น่าสนใจ ช่วงปลายไตรมาส 1/2569 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2569 เริ่มเกิดสงคราม…สหรัฐอเมริกาจับมือกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านหนักหน่วง มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอิหร่านและกลุ่มประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อีกหนึ่งเส้นเลือดหลักในการขนส่งน้ำมัน จนนำมาสู่วิกฤตพลังงานโลก 

ทำให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังจะผงกหัว…กลายเป็นคอหักคอพับทันที เพราะติดกับดักต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันแพงหูฉี่ ส่งผลให้ราคาสินค้าทยอยปรับขึ้น เพราะทนแบกรับต้นทุนพลังงานไม่ไหวอีกต่อไป…

ท่ามกลางสถานการณ์อย่างนี้ ก็น่าคิดว่ากลุ่มแบงก์จะดีต่อหรือเปล่า..?? งบไตรมาส 2/2569 จะเป็นยังไง..??

อย่างกลุ่มลูกค้าเดิมที่เป็นผู้ประกอบการ SME ปล่อยกู้ไปแล้ว มาเจอปัญหาซัพพลายเชน ปัญหาราคาพลังงาน ค่าขนส่งที่สูงขึ้น อาจจะนำไปสู่ปัญหาการชำระคืนหนี้แบงก์ก็ได้นะ..??

หรือกรณีแบงก์ยกการ์ดสูงเกินไป…มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เพราะเกรงว่าปล่อยไปแล้ว จะกลายเป็นหนี้เสีย หรือ NPL ก็เลยปล่อยน้อย ปล่อยให้เฉพาะรายที่มั่นใจว่ามีศักยภาพจริง ๆ…แล้วอย่างนี้แบงก์จะไปเอากำไรมาจากไหน..?? ใครรู้ช่วยบอกที 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นกรรมใหม่ของแบงก์ก็ได้นะ..!?

แต่ถ้ามองมุมหุ้น แน่นอนว่าหุ้นแบงก์แข็งแกร่งอยู่แล้ว โดดเด่นเรื่องเงินปันผล มีดีวิเดนท์ยีลด์สูงปรี๊ดดดตั้ง 6–8% ถ้าจะมีติดพอร์ตไว้ก็ไม่เสียหายกระไร..??

แต่ต้องทำใจหน่อยนะ…เพราะงบไตรมาส 2 คงไม่ดีไปกว่างบไตรมาส 1 หรอก…เชื่อขนมกินได้เลย

…อิ อิ อิ…

Back to top button