‘ปูนใหญ่’ (SCC) ฟื้นได้แค่ไหน?

ราคาหุ้น “SCC” (บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย) หรือ “ปูนใหญ่” เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องแล้วครับ วานนี้บวกได้มากถึง 5.00 บาท ปิดที่ 224.00 บาท เปลี่ยนแปลง +2.28%


ราคาหุ้น “SCC (บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย) หรือ “ปูนใหญ่” เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องแล้วครับ

วานนี้บวกได้มากถึง 5.00 บาท ปิดที่ 224.00 บาท เปลี่ยนแปลง +2.28% และเป็นการบวกขึ้นมา 2 วันติดต่อกัน หลังจากเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาราคาหุ้นปิดลบมากถึง 19.00 บาท (ปิด 214.00 บาท) เปลี่ยนแปลง -8.15%

หุ้นปูนใหญ่ราคาลงอย่างหนักในวันดังกล่าวมาจากการประกาศหยุดดำเนินการชั่วคราวในโครงการ Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนาม ช่วงกลางเดือนพ.ค.นี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น

LSP ที่ต้องหยุดชั่วคราวนั้น ได้ส่งผลกระทบมายังต้นทุนที่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed cost) ราว ๆ 250 ล้านบาทต่อเดือน

แต่ปูนใหญ่ มีการพลิกเกมเล็กน้อย โดยใช้ช่วงหยุดโรงงาน เป็นเวลาซ่อมบำรุงและเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทน หรือ LSPE เพื่อรองรับการดำเนินงานในอนาคต

ก่อนหน้านี้ ปูนใหญ่ได้หยุดเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์ของ “ระยองโอเลฟินส์” (ROC) มาก่อนแล้วเมื่อเดือนมี.ค. 69

ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนักจากระดับ 225 บาท ลงมาที่ 163 บาท และเป็นการปรับลงมากถึง 27% ในช่วงเวลาไม่ถึงสัปดาห์เท่านั้น

แต่เมื่อนักลงทุนเริ่มตั้งสติ ตกผลึกข้อมูลต่าง ๆ

ทำให้เกิดแรงซื้อกลับต่อเนื่อง

ราคาหุ้นค่อย ๆ ถูกดันขึ้นมาจากช่วงกลางเดือนมี.ค. 69 มาอยู่ที่ 230-235 บาท ต่อหุ้นในช่วงกลางเดือนเม.ย. กระทั่งมาถูกกระแทกลงอีกครั้งจากประเด็นเรื่อง LSP นั่นแหละครับ

นักวิเคราะห์ต่างประเมินว่าภาพรวมของหุ้นปูนใหญ่  อยู่ในช่วง “ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป” หลังผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรปิโตรเคมีในช่วงปี 2567–2568 ที่สเปรดผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในระดับต่ำ
อย่างที่เรารับทราบกันว่า ปูนใหญ่ไม่ได้มีเฉพาะแต่ธุรกิจปิโตรเคมี (แม้จะเป็นธุรกิจหลัก)

หากดูจากข้อมูลของปูนใหญ่ในปี 2567-2568 พบว่า โครงสร้างรายได้มาจาก 3 ธุรกิจหลัก คือ “ธุรกิจเคมิคอลส์” (SCGC) ประมาณ 41%, ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (Cement-Building Materials) ประมาณ 33-47% และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP) ประมาณ 26%

ปัจจุบัน อย่างธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างเริ่มได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคก่อสร้างเอกชนบางส่วน

แต่ยังไม่ใช่การฟื้นตัวแบบเร่งตัว จึงเป็นเพียงแรงหนุน “ค่อยเป็นค่อยไป”

ธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง (SCGP) ยังถือเป็นตัวพยุงสำคัญ แม้ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์ยังไม่ได้เติบโตแรง แต่มีความเสถียรกว่าปิโตรเคมี และได้อานิสงส์จากการบริโภคในภูมิภาคที่ยังเติบโตระดับหนึ่ง

ในเชิงกำไรปี 2569 บรรดานักวิเคราะห์ต่างคาดว่า ปูนใหญ่จะฟื้นตัวจากปี 2568 ได้ครับ

แต่ยังไม่กลับไปสู่ระดับพีกเหมือนในอดีต

สาเหตุเพราะธุรกิจปิโตรเคมียังไม่เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นเต็มตัว เพราะการฟื้นที่ว่านี้จะเป็นในรูปแบบค่อย ๆ ฟื้นตัว มากกว่าการฟื้นแบบเติบโตแรง

ปูนใหญ่มีจุดแข็งคือเรื่องของ “งบดุล” ครับ พวกเขามีความแข็งแรงมากในเรื่องนี้

แม้จะมีภาระหนี้จากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ทำให้ความสามารถการจ่ายเงินปันผลไม่สูงเหมือนในอดีต แต่ก็ยังเป็นหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลแบบ “สม่ำเสมอ” ติดกระดาน SET HD หรือ SET High Dividend 30 Index

ราคาหุ้นที่ฟื้นขึ้นมาได้รวดเร็ว หลังเกิดแพนิกแล้วถูกเทขาย สะท้อนถึงมูลค่าที่ไม่แพง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว

ส่วนนักวิเคราะห์เองยังไม่ได้ถึงกับยกให้ปูนใหญ่มีความเป็นพรีเมียมอะไรมากนัก เพราะยังต้อง “รอรอบ” ของ “วัฏจักรปิโตรเคมี” แบบจริงจังจึงเป็นหุ้นลักษณะ “รอการฟื้น” (Recovery play) มากกว่า Growth play

ราคาหุ้นปูนใหญ่ที่เมื่อมีข่าวลบเข้ามา แล้วหุ้นเกิดการถูกเทขาย แต่สามารถวิ่งกลับขึ้นมาได้รวดเร็ว

สะท้อนว่าเป็นหุ้นที่ Downside เริ่มจำกัดแล้วครับ 

ส่วน Upside ยังต้องอาศัยจังหวะวัฏจักรอุตสาหกรรมกลับมาอย่างชัดเจนครับ

Back to top button