SENA ขายบ้าน & ขายรถ.!?

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถือว่าหนักหน่วง โดยเฉพาะอสังหาฯ ระดับกลาง-ล่าง สะท้อนได้จากยอดปฏิเสธสินเชื่อบ้านของแบงก์ที่สูงถึง 60-70%


ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถือว่าหนักหน่วง โดยเฉพาะอสังหาฯ ระดับกลาง-ล่าง สะท้อนได้จากยอดปฏิเสธสินเชื่อบ้านของแบงก์ที่สูงถึง 60-70% ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้คนอยากมีบ้าน ก็ซื้อบ้านไม่ได้ เพราะแบงก์ใจแข็งไม่ยอมปล่อยกู้ 

ขณะที่ฝั่งของผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องเผชิญกับปัญหา 1) สต๊อกเหลือบานเบอะ และ 2) ต้องแบกรับภาระต้นทุนดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ…Cash Flow ไม่เข้า แต่มีรายจ่ายทุกเดือนว่างั้น กลายเป็นปรากฏการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก…

เป็นแรงบีบคั้นให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องแสวงหาโอกาสใหม่ อย่างบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ก่อนหน้านี้แตกไลน์ไปสู่ธุรกิจพลังงานโซลาร์ ภายใต้บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ (O&M) พร้อมการรับประกันคุณภาพ โดย SENA มียอดติดตั้ง Solar Rooftop แล้วมากกว่า 1,500 หลังคาเรือน คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์

ตามด้วยแตกไลน์ไปทำธุรกิจไฟแนนซ์ ผ่านการจัดตั้งบริษัท เงินสดใจดี จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองแต่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือติดปัญหาต่าง ๆ ให้สามารถซื้อบ้านและผ่อนตรงกับ SENA ได้

ปัจจุบันบริการเงินสดใจดีปล่อยสินเชื่อไปแล้วเกือบ 1,000 ล้านบาท..!!

นอกจากนี้ ยังมีบริการโซลูชัน LivNex (เช่าออมบ้าน) กับ RentNex (เช่าตรง) ซึ่งยอดรวมของโครงการกลุ่มนี้มีประมาณ 2,000-3,000 ยูนิต 

ข้อดี…อย่างแรก เป็นการแก้เกมแบงก์ที่เข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ หรือปล่อยกู้ยาก ถัดมาทำให้มีโอกาสในการขายบ้าน ขายคอนโดฯ ได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขา จากรายได้ดอกเบี้ยที่เกิดจากการปล่อยกู้ให้ลูกค้าที่ซื้อบ้าน ซื้อคอนโดฯ 

ขณะที่ล่าสุดเพิ่มโปรดักส์ไปขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ดำเนินการภายใต้บริษัท เสนา กรีน ออโตโมทีฟ จำกัด ก็ไม่ได้หนีจากเดิมมากนัก เป็นของที่ต้องมี คือมีบ้าน…ก็ต้องมีรถ ขณะเดียวกัน ก็ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ ลดโลกร้อน…พลังงานสะอาด อย่างเทรนด์ EV…

ปัจจุบัน SENA เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ EV แล้ว 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL พร้อมศูนย์บริการและบริการหลังการขายครบวงจร โดยในปี 2569 จะมีแบรนด์ XPENG เข้ามาเพิ่มเติม พร้อมตั้งเป้ายอดขายรถไว้ที่ 1,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ทำยอดขายได้ 560 ล้านบาท 

ที่น่าจับตา อย่าลืมว่า SENA มีใบอนุญาตสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อที่มีหลักประกัน อาทิ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อสำหรับหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Root) อยู่แล้ว การจะต่อยอดไปปล่อยสินเชื่อรถยนต์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก…ว่ามั้ย

นั่นจะทำให้ SENA มีรายได้ประจำ หรือ Recurring Income เข้ามาเติมสภาพคล่องให้ดีขึ้น

โดย SENA อยู่ระหว่างวาดฝันจะปั้น New S-Curve ทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่การเป็น Green Lifestyle Platform โดยมี SENA Green Automotive เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มขององค์กร ในฐานะดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า และ EV Platform แบบ Multi-brand ที่พร้อมเชื่อมโยง 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บ้าน (Home) โซลาร์ (Solar) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

งั้นต่อไปภาพจำของ SENA ก็จะไม่ใช่แค่คนขายบ้าน ขายคอนโดฯ แล้วสิ แต่จะพ่วงโลโก้คนขายรถ EV และขายโซลาร์ด้วย

ส่วนจะทำให้ SENA เติบโตมากน้อยแค่ไหน..?? เป็นช็อตที่ต้องจับตากันต่อไป…

แต่อย่างน้อยก็เห็นถึงความเพียรพยายามในการปรับตัวของ SENA แหละ…ซึ่งดีกว่าไม่ลงมือทำอะไรเลย มีแต่จะทำให้แคระแกร็นลงไปเรื่อย ๆ รอวันเป็นแตงเถาตาย..!?

…อิ อิ อิ…

Back to top button