ทรุดทั้งดัชนีแข่งขัน & ดัชนีทุจริต

อนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร มีตัวชี้วัดสำคัญ 2 ตัวที่กำหนดขึ้นโดยองค์กรสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ นั่นคืออันดับความสามารถในการแข่งขัน และอันดับความโปร่งใส


อนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร มีตัวชี้วัดสำคัญ 2 ตัวที่กำหนดขึ้นโดยองค์กรสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ นั่นคืออันดับความสามารถในการแข่งขัน (IMD World Competitiveness Ranking) และอันดับความโปร่งใส (Corruption Perception Index-CPI)

ข้อมูลล่าสุดที่ประกาศอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2025 อันดับความสามารถการแข่งขันทรุดต่ำจากอันดับ 25 ในปี 2024 มาเป็นอันดับ 30 ที่ประเมินจากเกณฑ์ใหญ่ คือ ระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพการดำเนินงานในภาครัฐและเอกชน และโครงสร้างพื้นฐาน

ตัวฉุดอันดับมากที่สุดคือ Government Efficiency หรือประสิทธิภาพของภาครัฐครับ

ส่วนอันดับความโปร่งใส หรือ CPI ก็ร่วงลงมาจากอันดับ 107 ของโลกในปี 2024 มาอยู่ที่อันดับ 116 ในปี 2025 คะแนนจาก 34 คะแนนเต็ม 100 มาเป็น 33 คะแนน ซึ่งห่างจากสิงคโปร์อันดับ 3 คะแนน 84 และมาเลเซียอันดับ 54 คะแนน 52

นี่ขนาดวัดกันตอนยังไม่เกิดข่าวทุจริตข้อสอบเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 6,000 ตำแหน่งนะ ดัชนีความโปร่งใสปี 2026 จะหลุดลุ่ยขนาดไหน

อันที่จริง อันดับความสามารถการแข่งขันที่ลดลง 5 อันดับก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายนัก เศรษฐกิจไทยยังมีจุดแข็งในภาคของการผลิต การท่องเที่ยว และการส่งออก เจอภาวะปั่นป่วนรุนแรงจากสงครามอ่าว ก็ยังพอรับมือได้ แสดงว่าเศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นรับความเปลี่ยนแปลงได้พอสมควร

หากประเทศสามารถกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง เช่นที่ทีมงานดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศกำลังมุ่งมั่นจัดทำอยู่ในเวลานี้

แต่อันดับความโปร่งใสหรือดัชนีการทุจริตนี่สิ! สังคมไทยกำลังประสบกับความเลวร้ายยิ่งขึ้นทุกวัน คิดดูสิการสอบแข่งขันเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานปกครองที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด ก็ยังต้องจ่ายสินบนเป็นค่าผ่านทางกันตั้งแต่ 3.5-7.0 แสนบาทแล้ว

เมื่อสอบผ่านเข้าไปได้จะไม่ถอนทุนคืนหรือ

ไม่รู้ว่าการเรียกสินบนเช่นนี้ ทำกันมานานมากน้อยแค่ไหนแล้ว แต่ขอบอกได้คำเดียวว่า การปกครองส่วนท้องถิ่นเช่น อบต. อบจ เทศบาลต่าง ๆ ซึ่งมุ่งหวังกระจายอำนาจจากส่วนกลางให้ไปดูแลประชาชนใกล้ชิดยิ่งขึ้น กลับเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันทุกหย่อมหญ้า

เงินไม่มี ใบอนุญาตไม่มา ประเทศไทยเป็นเยี่ยงนี้ จนกลายเป็นเรื่องปกติวิสัยไปแล้ว การปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง จะเกิดขึ้นได้ในแผ่นดินใครกันล่ะ?

ยิ่ง “การเมืองระดับชาติ” ชักจะมีพฤติกรรมกินรวบอำนาจทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติทั้งสส.และสว.นอกจากนั้นยังมีอำนาจการแต่งตั้งองค์กรอิสระทั้งหลาย ไม่ว่ากกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ที่ฝ่ายรวบอำนาจทำอะไรก็ไม่ผิด ก็ยิ่งน่ากลัวในระดับ “ขนพอง สยองเกล้า”

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นยักษ์ตัวโตที่ทำลายเศรษฐกิจและทุกสิ่งรุนแรงขึ้นทุกที

Back to top button