
BCPG จำใจขาย ‘แฮมิลตัน’.!
มีเรื่องวุ่น ๆ ที่ยังถูกสังคมตั้งคำถามไม่จบไม่สิ้น กรณีดีลซื้อคลังน้ำมันและท่าเรือน้ำลึกจังหวัดเพชรบุรี มูลค่า 9,000 ล้านบาท ของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG
มีเรื่องวุ่น ๆ ที่ยังถูกสังคมตั้งคำถามไม่จบไม่สิ้น กรณีดีลซื้อคลังน้ำมันและท่าเรือน้ำลึกจังหวัดเพชรบุรี มูลค่า 9,000 ล้านบาท ของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตไปต่าง ๆ นานา ในขณะที่ผู้บริหารออกมาแจงแล้วแจงอีกว่า ดีลนี้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มค่าในการลงทุนแน่นอน โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ประมาณ 8-9% เชียวหนา…
ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ…ก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งต้องใช้เวลาเพื่อรอการพิสูจน์กันต่อไป..!?
แต่ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรกอีกแล้ว ปรากฏว่ามีดีลใหม่ขึ้นมาให้สังคมได้ตั้งคำถามกันอีกแล้วครับท่านนน กับกรณีการเตรียมขายหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Hamilton ของบริษัทลูกที่ชื่อบริษัท BCPG Hamilton US Acquisition Co.LLC (BCPG Hamilton) ซึ่งถือหุ้นใน Hamilton Holdings II, LLC (Hamilton) สัดส่วน 25% คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 575.0 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 18,754 ล้านบาท
แหม๊…จะไม่ให้ถูกตั้งคำถามได้ไง..?? ในเมื่อตอนนี้น่าจะเป็นช่วงนาทีทองของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ก็ว่าได้…รับปัจจัยหนุนจาก 1) ความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากศูนย์ข้อมูล (Data Center) รองรับเทคโนโลยี AI รถไฟฟ้า (EV) และโรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่
และ 2) การปรับเพิ่มอัตราค่าไฟในสหรัฐฯ จาก 270 เหรียญสหรัฐต่อเมกะวัตต์-วัน ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ถึงครึ่งปีแรก 2569 มาอยู่ที่ 329 หรียญสหรัฐต่อเมกะวัตต์-วัน ซึ่งเริ่มต้นในเดือน มิ.ย. 2569 นี้
ซึ่งหลาย ๆ บริษัทที่ไปลงทุนโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ต่างได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ที่เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น Linden Cogen และลงทุนในบริษัท เอเพ็กซ์ คลีน เอ็นเนอร์ยี โฮลดิ้ง (Apex) ผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เป็นต้น, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ลงทุนในโครงการ Jackson Generation โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาด 1,200 เมกะวัตต์ ในรัฐอิลลินอยส์ รวมทั้งบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ที่ลงทุนโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ หลายโครงการ ผ่านบริษัทย่อย BKV Corporation
ช่วงที่ทุกคนกำลังพุ่งเป้าไปที่ตลาดสหรัฐอเมริกา แต่จู่ ๆ BCPG แจ้งดีลขายโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 426 เมกะวัตต์ซะงั้น…มันแปลกป๊ะล่ะ..??
จะว่าไปการขายโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ครั้งนี้ ก็มองได้หมายมุม…มุมแรก BCPG อาจกำลังซุ่มทำดีล M&A ซึ่งต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เลยต้องขายโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ หรือเปล่า..?? อันนี้ก็มองได้นะ
หรือต้องการปรับพอร์ต ขายโรงไฟฟ้าบางโครงการที่มีมูลค่าสูง ได้ส่วนต่างกำไรเยอะ ๆ ออกไป…ก็มองได้อีกนั่นแหละ
หรือมีเงื่อนไขอื่นให้ต้องขาย..?? อันนี้ก็น่าคิด
สุดท้ายก็ได้คำตอบว่า BCPG จำใจต้องขาย..!?
เนื่องจาก BCPG Hamilton ในฐานะผู้ถือหุ้นของ Hamilton ได้ทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นรายอื่นของ Hamilton ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายแห่งรัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการกำหนดสิทธิในการบังคับให้เข้าร่วมขายหุ้น (Drag-along Rights) ไว้ว่าหากผู้ถือหุ้นรายใดประสงค์จะขายหุ้นของตนให้แก่บุคคลภายนอก สามารถใช้สิทธิบังคับให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นเข้าร่วมขายหุ้นที่ถืออยู่ด้วยราคาและเงื่อนไขเดียวกันได้
โดยเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 BCPG Hamilton ได้รับหนังสือแจ้งจากผู้ถือหุ้นที่ใช้สิทธิซึ่งถือหุ้นรวม 75% ของ Hamilton ว่ามีความประสงค์จะใช้สิทธิบังคับให้เข้าร่วมขายหุ้น (Drag-along Rights) โดยกำหนดให้ BCPG Hamilton เข้าทำรายการจำหน่ายไปซึ่งหุ้นทั้งหมดที่ BCPG Hamilton ถืออยู่ใน Hamilton ให้แก่ผู้ซื้อที่เป็นบุคคลภายนอก
ที่แท้เรื่องราวก็เป็นอย่างนี้นี่เอง…
ค่อยโล่งอกหน่อย…คิดว่า BCPG ขายเพราะร้อนเงินเสียอีก..!?
โดย BCPG คาดว่าขายปุ๊บจะบุ๊กกำไรปั๊บภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ นั่นหมายความว่า ในไตรมาส 3/2569 ก็จะเห็นกำไรของ BCPG โป่งพองเป็นพิเศษแหง ๆ..!!
ว่าไปแล้วก็น่าเสียดายโอกาสทางธุรกิจในสหรัฐอเมริกาที่ BCPG ต้องสูญเสียไป…ว่ามั้ย..??
แต่จะให้ทำยังไงได้…มันเป็นไฟต์บังคับที่ BCPG ต้องทำตามเงื่อนไข..ห้ามบิดพลิ้วอ๊ะนะ..!!
น่าเห็นใจจริง ๆ…
..อิ อิ อิ…