พาราสาวะถี

คดีฮั้วเลือกสว.ในมือของ 7 เสือ กกต. หลังจากติ๊ดชึ่งหลังพิงเชือกจนหนีไม่ออก ยังไงก็ต้องลงมติชี้ให้ชัดว่าบทสรุปจะเป็นไปแบบใด


คดีฮั้วเลือกสว.ในมือของ 7 เสือ กกต. หลังจากติ๊ดชึ่งหลังพิงเชือกจนหนีไม่ออก ยังไงก็ต้องลงมติชี้ให้ชัดว่าบทสรุปจะเป็นไปแบบใด ในเมื่อการรับรู้ของสังคมส่วนใหญ่โน้มเอียงไปในทางที่เชื่อว่าจะยึดเอามติของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 36 ที่ให้ ยกคำร้องเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ก็กล้าที่จะตัดสินใจให้มันเด็ดขาดไปตามนั้น หรือจะเลือกเอาผิดเฉพาะรายก็ไม่มีใครว่า เพียงแต่ที่เงื้อง่าราคาแพงคงเป็นจะหาเหตุผลใดมาหักล้างผลของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งกกต.ตั้งขึ้นมาก่อนหน้าที่มีมติว่ามีการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรงจึงเสนอ กกต. ชุดใหญ่ให้พิจารณาส่งศาลตัดสิน

มีเรื่องร้อนอันเกี่ยวข้องกับกกต.เช่นนี้ อดีต กกต.อย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร ไม่พลาดที่จะมีการเปิดโปงหลักฐานของการพิจารณา ล่าสุด มีการปูดเอกสารของคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 36 ชี้ให้เห็นความไม่ปกติของกระบวนการพิจารณา มีอนุกรรมการอยู่ 7 คน แต่พบว่าการประชุมแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ตามรายงานการประชุมกลับไม่ปรากฏบทบาทของอนุกรรมการ 4 คน มีเพียงบางคนที่แสดงบทบาทนำจนน่าสงสัย จนนำไปสู่การลงมติ ซึ่งต้องตามตอนต่อของอดีต กกต.รายนี้ที่จะเปิดข้อมูล วิธีการพิจารณาสำนวน เขาทำกันอย่างไร น่าสนใจในฐานะคนที่เคยอยู่องค์กรแห่งนี้ข้อมูลที่นำเสนอย่อมใกล้เคียงกับความเป็นจริง

อย่างที่เห็น การสื่อสารขององค์กรอิสระที่บริหารจัดการเลือกตั้ง ใช้วิธีการสื่อสารทางเดียว ไม่ยอมตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงข้อซักถาม ย่อมทำให้สังคมเกิดข้อกังขา ดังนั้น จึงอย่าได้คาดหวังถึงผลลัพธ์ที่จะออกมาของคดีฮั้วเลือกสว.คงรอดูแค่ว่าจะมีการใช้ภาษาทางกฎหมายอธิบายบทสรุปของมติยังไงเท่านั้น ส่วนใครที่กังขาต่อผลดังกล่าวก็ให้ไปว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเชื่อว่า น่าจะมีการร้องเพื่อให้เอาผิด 7 เสือ กกต. แต่ต้องยอมรับกันด้วยว่านี่คือองคาพยพของขบวนการสืบทอดอำนาจที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของนิติสงคราม ต้องทำใจเรื่องบรรทัดฐานหรือหลักการทางกฎหมายที่ถูกต้องกันด้วย

ส่วนเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นหลังจากที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ อปท.ทั่วประเทศได้มีมติตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือ สถ. ส่งเรื่องให้เพิกถอนข้าราชการที่เข้าข่ายทุจริต 5,925 รายไปแล้ว ถือเป็นการปิดจ๊อบของคดีนี้ในส่วนความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ส่วนที่เหลือซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีอาญาและอื่น ๆ ต้องรอผลการตรวจสอบของ ป.ป.ช. มีเรื่องให้ตามกันต่อจากคำสั่งของสถ.เรื่อง ห้าม อปท. จ้างเหมาคนมีประวัติทุจริต หรือหลุดบัญชีสอบ

เป็นการดักคอกันไว้ก่อน เพราะเกรงว่าจะมีการยื่นหมูยื่นแมวเพื่อไม่ให้คนที่ถูกเพิกถอน หรือหลุดบัญชีสอบไปยื่นฟ้อง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัวเนื่องจากเป็นการทำตามกระบวนการที่ถูกต้อง แต่ที่สถ.ต้องออกคำสั่งเช่นนี้ คงเกรงว่าจะมีการช่วยเหลือพวกพ้อง เมื่อไม่สามารถที่จะอุ้มสมกันให้มีตำแหน่ง หน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ได้แล้ว ก็ใช้วิธีการอื่นเพื่อให้สามารถดูแลกันต่อไปได้ ซึ่งกรณีนี้ต้องให้สถ.ติดตามใกล้ชิดด้วยว่า อปท.ที่มีการเพิกถอนผู้ทุจริตนั้นได้ทำตามอย่างเคร่งครัดหรือไม่

ภาษาที่ใช้จากคำสั่งของ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาการแทนอธิบดี สถ.นั้น ต้องนำไปสู่การปฏิบัติที่เห็นผล นั่นก็คือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นย้ำเตือนว่าผู้บริหารท้องถิ่นต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ ไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย อันจะกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน การที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับอปท.ทุกแห่งรับทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนั้น ต้องมีการติดตาม ประเมินผลด้วย เพราะรู้กันอยู่ว่าการทำงานของท้องถิ่นแต่ละแห่งนั้นมีการเอื้อประโยชน์กันแบบไหน

เวทีประชุมครม.สัญจรที่สงขลา มีมติเห็นชอบให้ “เสธ.ปูด้วง” พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสมช. ถือเป็นนายทหารคนที่ 17 ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้น น่าติดตามต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากที่มีข้อเสนออยากเห็นรัฐบาลใช้การเมืองนำการทหาร แต่ดูแนวโน้มเช่นนี้น่าจะไม่เป็นอย่างนั้น นั่นหมายความว่า อนุทิน ชาญวีรกูล เลือกที่จะใช้บริหารคนมีสีเพื่อดูแลงานด้านความมั่นคงอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

พอจะเข้าใจได้ด้วยสายสัมพันธ์ในฐานะสายตรงฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่นอกเหนือจากเสียงในสภาจะต้องมั่นคงจากมือสนับสนุนของพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว เสถียรภาพที่ว่าด้วยการสนับสนุนจากกองทัพก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทั้งนี้ นับตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ในรัฐบาลอายุสั้นก็จะเห็นกันว่าเสี่ยหนูกับผู้นำเหล่าทัพนั้นประสานความร่วมมือกันเป็นอย่างดี อาจเรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างสนับสนุนกันเต็มที่ โดยเฉพาะรัฐบาลที่พร้อมดูแลทุกความต้องการของฝ่ายคุมขุมกำลัง

อย่างที่รู้กันถ้าไม่มีพลังหนุนอันทรงพลัง เสี่ยหนูคงไม่สามารถที่จะนำพาพรรคสีน้ำเงินก้าวมาผงาดได้เหมือนทุกวันนี้ ดังนั้น จึงทำให้เกิดความสบายใจในแง่ของแรงเชียร์และการสนับสนุนจากฝ่ายต่าง ๆ ยิ่งเป็นคนกลุ่มน้อยแต่เสียงดังอย่างชนชั้นอีลิทถือว่าเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง จึงเหลือเพียงการบริหารจัดการภายในรัฐบาลด้วยกันเองเท่านั้นที่จะต้องทำให้ทุกอย่างนิ่ง และเดินไปข้างหน้าโดยไม่สะดุดขาตัวเอง มาถึงตรงนี้ยังมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรมาทำให้เป็นเช่นนั้น

ถึงขนาดที่เสี่ยหนูเปิดบ้านพักส่วนตัวเชิญรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลมารับประทานอาหารร่วมกันในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนนี้ ถ้าให้ตอบคำถามเชิงหลักการก็เป็นเรื่องของการทบทวนการทำงานร่วมกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา และเตรียมรับมือกับการขยับของฝ่ายค้านที่จะยื่นซักฟอก แต่ในเชิงลึกคงจะแลกเปลี่ยน ถามไถ่ถึงเวลาที่จะขยับสับเปลี่ยนกันหรือยัง หลังจากนั้นคงจะมีการนัดกินข้าวกับสส.พรรคร่วมรัฐบาลตามมา ประสานงานประสานใจกันได้แบบไร้แรงกระเพื่อม ย่อมมองไปถึงโอกาสอยู่กันยาว

อรชุน

Back to top button