ดอลล์แข็งค่ารับคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (1 ส.ค.) เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟด อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่าสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอก็ตาม

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (1 ส.ค.) แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบเยนที่ระดับ 102.35 เยน จากระดับ 102.09 เยน เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1169 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1175 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เงินปอนด์ลดลงแตะระดับ 1.3191 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3259 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ออกมาส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กกล่าวว่า ยังคงมีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังคงไม่แน่นอนก็ตาม

นอกจากนี้ กระแสคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดยังมีขึ้นหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐร่วงลงเป็นเดือนที่ 3 โดยปรับตัวลง 0.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2015 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมิ.ย.

ขณะที่ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของ ISM อยู่ที่ระดับ 52.6 ในเดือนก.ค. ลดลงจากระดับ 53.2 ในเดือนมิ.ย.ทั้งนี้ แม้ว่าดัชนีที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวในภาคการผลิต แต่ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 53

โกลด์แมน แซคส์ออกรายงานคาดการณ์เมื่อวานนี้ว่า เฟดมีแนวโน้ม 65% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่มีโอกาส 20% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และ 45% ในเดือนธ.ค. หลังจากที่เฟดออกแถลงการณ์หลังการประชุมในเดือนที่แล้วว่า ความเสี่ยงในระยะใกล้ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐได้ลดน้อยลงแล้ว