
“เฟด” คงดอกเบี้ย 3.50-3.75% เสียงแตก 8 ต่อ 4 สูงสุดรอบ 34 ปี
“เฟด” คงดอกเบี้ยตามคาด รับความไม่แน่นอนตะวันออกกลางกดเศรษฐกิจโลก เสียงแตก 8 ต่อ 4 มากสุดในรอบกว่า 34 ปี ขณะ “พาวเวลล์” ประกาศคงสถานะกรรมการเฟดต่อ แม้พ้นตำแหน่งประธานฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 เม.ย.69) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Open Market Committee: FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 29 เมษายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ และนับเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานโลก
แถลงการณ์ล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระบุว่า ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดยังสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ “ขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง” ขณะที่อัตราว่างงานยังทรงตัว แม้การจ้างงานเฉลี่ยชะลอลง อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนหนึ่งจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานโลก
เฟดยังยอมรับด้วยว่า พัฒนาการในตะวันออกกลางกำลังเพิ่ม “ความไม่แน่นอนในระดับสูง” ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ และคณะกรรมการยังคงให้ความสำคัญกับความเสี่ยงทั้งด้านเงินเฟ้อและการจ้างงาน ภายใต้เป้าหมายเงินเฟ้อระยะยาวที่ระดับ 2%
คณะกรรมการระบุว่า จะประเมินข้อมูลเศรษฐกิจ แนวโน้มเศรษฐกิจ และดุลความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า พร้อมย้ำว่า เฟดยังคงมุ่งสนับสนุนการจ้างงานสูงสุด และดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายระยะยาวที่ 2%
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตลาดจับตาคือ “ความเห็นแตก” ภายใน FOMC ซึ่งสะท้อนผ่านคะแนนเสียง “8 ต่อ 4” ถือเป็นการประชุมที่มีเสียงคัดค้านมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2535 หรือในรอบกว่า 34 ปี
โดย สตีเฟน มิแรน (Stephen Miran) ผู้ว่าการเฟด ลงมติคัดค้าน พร้อมเสนอให้ “ลดดอกเบี้ย” 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
ขณะที่ เบธ แฮมแม็ก (Beth Hammack) ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ นีล คาชคารี (Neel Kashkari) ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิส และลอรี โลแกน (Lorie Logan) ประธานเฟดสาขาดัลลัส แม้สนับสนุนการ “คงดอกเบี้ย” แต่ไม่เห็นด้วยกับการใส่ “แนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงิน” (easing bias) ไว้ในแถลงการณ์รอบนี้
นอกจากนี้ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ซึ่งเข้าร่วมการประชุมครั้งสุดท้ายในฐานะประธานเฟด ยังประกาศว่า จะคงสถานะสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดต่อไป แต่จะลดบทบาทการสื่อสารต่อสาธารณะลง แม้ยังมีสิทธิออกเสียงใน FOMC จนถึงเดือนมกราคม 2571
ด้าน โจเซฟ บรูซูเอลาส (Joseph Brusuelas) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ RSM US LLP วิเคราะห์ว่า คะแนนเสียงที่แตกออกมาสะท้อนความเห็นต่างภายในเฟดที่ชัดเจนมากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองจากทำเนียบขาวที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ย แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ได้ส่งสัญญาณอ่อนแรงชัดเจน
บรูซูเอลาส ยังมองว่า การประชุมรอบนี้อาจเป็นสัญญาณว่า FOMC กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความเห็นต่างเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกเผชิญแรงกระแทกด้านอุปทาน ซึ่งเสี่ยงทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาทิศทางของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งถูกจับตาว่าอาจเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับตำแหน่งประธานเฟดคนต่อไป และมีแนวโน้มสนับสนุนการลดดอกเบี้ยมากกว่านโยบายในยุคพาวเวลล์
ทั้งนี้ เฟดยังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายให้ธนาคารพาณิชย์สำหรับเงินสำรอง (Interest on Reserve Balances: IORB) ไว้ที่ 3.65% และคงอัตราดอกเบี้ย primary credit rate ที่ระดับ 3.75% ตามเดิม
ข้อมูลอ้างอิง :
Federal Reserve issues FOMC statement
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
น้ำมันพุ่ง เงินเฟ้อตึงตัว! เฟดคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% พาวเวลล์ชี้ยังไม่ใช่ภาวะ stagflation

