ดาวโจนส์ปิดลบ 88 จุด หุ้นดอยซ์แบงก์ร่วงฉุดตลาด-วิตกเฟดขึ้นดบ.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากหุ้นดอยซ์แบงก์ดิ่งลงกว่า 9% อันเนื่องมาจากข่าวที่ว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้เรียกร้องให้ดอยซ์แบงก์จ่ายค่าปรับเป็นเงินกว่าหมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อยุติคดีความที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (MBS)

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิด (16 ก.ย.) ที่ 18,123.80 จุด ลดลง 88.68 จุด หรือ -0.49%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,244.57 จุด ลดลง 5.12 จุด หรือ -0.10% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,139.16 จุด ลดลง 8.10 จุด หรือ -0.38% ส่วนตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น 0.2%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.5% และดัชนี NASDAQ เพิ่มขึ้น 2.5%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญนั้น ดีดตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนี CPI จะขยับขึ้นเพียง 0.1% ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 0.3% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.

ดัชนี CPI ที่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์นั้น ได้กระตุ้นให้กระแสคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง โดย CME Group FedWatch ระบุว่า นักลงทุนได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. หลังการเปิดเผยตัวเลขดัชนี CPI ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ทั้งนี้ นักลงทุนปรับเพิ่มความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.สู่ระดับ 15% จากเดิมที่ 12%

ขณะเดียวกันการร่วงลงของหุ้นดอยซ์แบงก์ยังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาด โดยหุ้นดอยซ์แบงก์ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กด้วยนั้น ร่วงลงมากกว่า 9% หลังจากมีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้เรียกร้องให้ดอยซ์แบงก์จ่ายค่าปรับเป็นเงิน 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อยุติการสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (MBS) โดยผลิตภัณฑ์การเงินประเภทนี้เป็นต้นเหตุของวิกฤตการเงินโลกปี 2008

อย่างไรก็ตาม ดอยซ์แบงก์ระบุว่า ธนาคารยังไม่มีแผนที่จะยุติคดีความทางแพ่งด้วยการจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว โดยระบุว่าดอยซ์แบงก์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการเจรจากับสหรัฐ และคาดหวังว่าผลของการเจรจาจะนำไปสู่การชำระเงินในจำนวนที่ไม่ต่างจากที่สถาบันการเงินอื่นๆได้ชำระตามที่ถูกเรียกร้อง ทั้งนี้ การร่วงลงอย่างหนักของหุ้นดอยซ์แบงก์ได้ฉุดหุ้นตัวอื่นๆ ในกลุ่มธนาคารปรับตัวลงด้วย โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ และหุ้นเจพีมอร์แกน ต่างก็ร่วงลงกว่า 1%

หุ้นออราเคิล ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ของสหรัฐ ดิ่งลง 4.8% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายลดลง 1.7% มาอยู่ที่ 8.6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค. เนื่องจากบริษัทประสบความล่าช้าในการย้ายไปสู่การให้บริการบนระบบคลาวด์ ขณะที่ผลประกอบการของระบบฐานข้อมูลและซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจในแบบดั้งเดิมนั้น ชะลอตัวลงด้วย

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ร่วงลง หลังจากมีรายงานว่าแท่นขุดเจาะที่ใช้งานในสหรัฐมีจำนวนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด