ECB ประกาศเพิ่ม GDP ยูโรโซนปีนี้ที่ 1.9% คงดอกเบี้ย 0.25%

ECB ประกาศปรับเพิ่ม GDP ยูโรโซน 1.9% ปีนี้ ยังคงดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% คาดการณ์มีแนวโน้มขยายเวลามาตรการ QE เกินกว่าธ.ค.60 ด้าน โบรกฯ ชี้ผลการประชุม ECB ส่งผลดีต่อตลาด แต่ยังมีประเด็นผลเลือกตั้งอังกฤษที่ยังไม่ทราบผล อาจเป็นตัวแปรพลิกตลาดหุ้นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมาริโอ ดรกี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า ECB ได้ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซน มาอยู่ที่ระดับ 1.9% ในปีนี้ และ 1.8% ในปีหน้า และ 1.7% ในปี 2019 เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมี.ค. ขณะที่ความเสี่ยงต่อแนวโน้มการขยายตัวในยูโรโซนอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสมดุล

ขณะเดียวกันยังประกาศปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนสู่ระดับ 1.5% ในปีนี้ จากเดิมที่ระดับ 1.7% ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.3% จากเดิมที่ระดับ 1.6% สำหรับการปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อดังกล่าว จะช่วยสนับสนุนจุดยืนของ EBC ในการขยายเวลาในการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รวมทั้งจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ECB

ทั้งนี้ การใช้มาตรการ QE ของ EBC มีเป้าหมายเพื่อผลักดันเงินเฟ้อในยูโรโซนให้เพิ่มขึ้นจากระดับ 1.4% ในปัจจุบัน ไปสู่เป้าหมายของ EBC ซึ่งกำหนดให้อยู่ต่ำกว่า 2% เพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้ ECB ได้ประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน โดยจะคงวงเงินที่ระดับดังกล่าวไปจนถึงเดือนธ.ค. อย่างไรก็ตาม อาจมีการขยายเวลาในการใช้มาตรการ QE เกินกว่าเดือนธ.ค.ปีนี้ หากมีความจำเป็น โดย ECB จะใช้มาตรการ QE ไปจนกระทั่งทิศทางของเงินเฟ้อมีความยั่งยืน

ขณะที่ที่ประชุม ECB ยังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.4% ซึ่งหมายความว่าธนาคารพาณิชย์จะต้องจ่ายค่าฝากแก่ ECB

ทั้งนี้หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่ ECB ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินไปปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ แทนที่จะนำมาพักไว้ที่ ECB ขณะที่ ECB ยังได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

 

โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ผลประชุม ECB จะเป็นบวกต่อตลาด แต่ผลการเลือกตั้งอังกฤษซึ่งยังไม่ทราบผลจะเป็นตัวแปรที่อาจพลิกตลาดหุ้นได้ โดยเฉพาะถ้าพรรคแรงงานชนะการเลือกตั้ง ทำให้ประเมินว่าดัชนีวันนี้ (9 มิ.ย.) จะมีความผันผวนสูงโดยเฉพาะเมื่อทราบผลการเลือกตั้งของอังกฤษ