MATI-SPORT พลังมิตรภาพยามขาลง

กาลเวลาพิสูจน์ใจคน เป็นคำพูดเก่าแก่ แต่คำว่า ยามยาก เป็นช่วงเวลาทดสอบมิตรภาพ.....อาจจะไม่ค่อยคุ้นกันนัก แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

แฉทุกวันทันเกมหุ้น

กาลเวลาพิสูจน์ใจคน เป็นคำพูดเก่าแก่ แต่คำว่า ยามยาก เป็นช่วงเวลาทดสอบมิตรภาพ…..อาจจะไม่ค่อยคุ้นกันนัก แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

การประกาศจับมือกันครั้งสำคัญของธุรกิจสื่อยามขาลง ระหว่างค่ายมติชน กับค่ายสยามสปอร์ต คือบททดสอบที่แท้จริงครั้งใหม่ว่า ใครคือเพื่อนแท้ในยามยากลำบาก

ดังที่ทราบกันดี ธุรกิจสื่อของไทยเจอทุกขลาภ 2 เด้งในคราวเดียวกัน นั่นคือ ด้านหนึ่งเจอ disruptive technology อีกด้านหนึ่งเจอพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในการใช้ช่องทางรับข้อมูลข่าวสาร …..ทั้งสองด้าน โยงใยกันแบบ “คนละเรื่องเดียวกัน

เสมือนหนึ่งคนละด้านของเหรียญเดียวกัน เท่านั้น

หลังจากที่มะงุมมะงาหรากันอยู่นานกับการหาทางออกสารพัด จนกระทั่งตัวเลขขาดทุนของธุรกิจชัดออกอาการไปไม่รอด…หลายค่ายสื่อสิ่งพิมพ์หรืออื่นๆ พากันบักโกรกถ้วนหน้า…ไม่ต้องนับพวกที่ล้มหายตายจากไปอย่างหมดสภาพ

กลยุทธ์ “ทำให้ตัวเบา” โดยไม่ต้องถ่อสังขารไปถึงวัดเส้าหลิน หรือเกาะดอกท้อ หรือเขาเหลียงซาน ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม…เพราะจากนี้ไป ไม่ใช่เวลารักษาหน้าตากันอีกต่อไป ในเกมเอาชีวิตให้รอด

มันเป็น survival game นี่นา….จะรักษาหน้าไปหาสวรรค์วิมานกระไร

บทลงเอยของกลยุทธ์ เกิดขึ้นมาเมื่อ นายฐากูร บุนปาน คนหนุ่ม (ที่ผมหงอกเร็วกว่าปกติ เพราะกินเผือกร้อนทุกวี่วัน) ที่นั่งเป็นเอ็มดีของ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือ MATI ดำเนินการแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า จะยุบแผนกการพิมพ์และแผนกการขนส่ง เพื่อลดภาระต้นทุนดำเนินงาน

การตัดลดต้นทุนดังกล่าว จะทำด้วยการโอนส่วนงานดังกล่าวไปให้กับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ SPORT เป็นผู้เข้ามารับจ้างพิมพ์และจัดส่งหนังสือและนิตยสารทั้งหมดให้กับบริษัท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป

การดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการปรับโครงสร้างการบริหารและการจัดการต้นทุนของ MATI ให้มีความกระชับและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พูดง่ายๆ คือ จากนี้ไป MATI จะใช้กลยุทธ์ตัวเบา outsourcing เต็มตัว เพราะการมีโรงพิมพ์และระบบจัดจำหน่ายของตัวเอง มีต้นทุนไม่คุ้มรายได้

ผลดีเห็นได้ทันทีคือ MATI สามารถปรับแต่งองค์กรสู่อนาคตได้ยืดหยุ่นสองด้านพร้อมกันคือ ด้านแรก ประหยัดต้นทุน ด้านต่อมา ทำให้หนังสือพิมพ์มติชน ข่าวสด รวมทั้งนิตยสารในเครือ ทุ่มเทเวลาและทรัพยากรในการขยายตลาดด้านสื่อดิจิทัลให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อดำรงความเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าว

ส่วนทางด้าน SPORT จะได้รับประโยชน์ปัจจุบันตรงที่ ต้นทุนการพิมพ์และขนส่งต่อฉบับของ SPORT จะลดลง ขณะที่รายได้จากการรับงานเพิ่มขึ้น…

อันนี้ เสี่ย ระวิ โหลทอง ไม่ได้พูด แต่เสี่ยโต้ง ฐากูร พูดแทน (ฮา)

เสี่ยโต้งยอมรับหน้าซื่อๆ ว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ จะเกิดผลกระทบต่อพนักงานบางส่วน ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการชดเชยให้กับพนักงานที่ได้รับผลกระทบมากกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งจัดโครงการและมาตรการช่วยเหลือพนักงานกลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะในเรื่องการจัดหางานใหม่ และการฝึกอบรมความรู้-วิชาชีพให้พนักงานสามารถปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้

ทางด้าน SPORT เองก็มีการชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามประสาคนถนัดพูดเรื่องกีฬามากกว่าธุรกิจอย่างสั้นๆ ว่า คาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงว่าจ้างได้ภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ และเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป และว่า “การรับจ้างงานนี้ ส่งผลดีต่อ SPORT” เนื่องจากทำให้บริษัทมีรายได้จากการรับงานเพิ่มขึ้น

พูดสั้นๆ แต่ได้ใจความมากอย่างนี้ ถือว่าโล่งเพราะล่าสุด SPORT เพิ่งจะอยู่ในกระบวนการเพิ่มทุนครั้งมโหฬารเพื่อรักษามิให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ มาหมาดๆ และยังไม่สิ้นกระบวนความ

ได้งานใหญ่ที่ถนัดอย่างเครือ MATI มาช่วยสร้างรายได้กิจการโรงพิมพ์และจัดจำหน่ายอย่างนี้ …เข้าทาง SPORT ทีเดียว

การลงเอยในฐานะพันธมิตรธุรกิจดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทาง a marriage of convenience เต็มที่ ….จะไม่ดีก็ตรงที่ว่า ค่ายที่ไม่มี “เพื่อนที่แสนดี” มาช่วยกันอย่างนี้ จะพากันอิจฉาตาร้อนเข้าให้น่ะสิ

มีอย่างที่ไหน ปล่อยให้คนอื่นต่อสู้ว้าเหว่เอกา ให้เห็น

อิ อิ อิ