MPG ปรับโฉม! ส่งแบรนด์CLOUDAลุยธุรกิจความงาม ตั้งเป้ายอดขายเครื่องสำอางปี60 โต 150%  

 MPG ปรับโฉม! ส่งแบรนด์ CLOUDA ลุยธุรกิจความงาม หวังโกยยอดขายเครื่องสำอาง ปี 2560 โตทะลักกว่า 150%  

สืบเนื่องจากกรณีที่ บริษัท เอ็มพีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MPG มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจอย่างชัดเจนจากเดิมที่เคยจำหน่ายเทปเพลง ปรับเปลี่ยนเป็นขาย CD และ DVD ขณะที่ล่าสุดสังคมมีการเปลี่ยนแปลงส่งผลให้บริษัทต้องปรับตัวให้เข้าระบบ Digital ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่ พร้อมกับเพิ่มสินค้าที่เป็น Entertainment เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ด้วยการเปิดร้าน Gizman ที่คาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายเติบโตได้มากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้กระจายความเสี่ยงธุรกิจออกไปยังธุรกิจเครื่องสำอาง โดยนำแบรนด์ CLOUDA (คลาวด้า) เข้าบุกตลาดความงามในทุกๆช่องทาง โดยเฉพาะ E-Commerce ซึ่งมีการขยายตลาดแบบเต็มรูปแบบ เพื่อดันยอดขายปี 60 ให้เติบโตกว่า 150% จากปี 59

ทั้งนี้ “ผู้สื่อข่าว” มองว่าการนำแบรนด์ CLOUDA เข้ามาเสริมธุรกิจความงามโดยผ่านร้าน STARDUST ถือว่าเป็นการต่อยอดธุรกิจความงามให้แข็งแกร่งอีกทาง ที่สำคัญในช่วงเกือบ 3 ปี จะเห็นว่าบริษัทมีผลขาดทุนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 58 มีผลขาดทุน 60.47 ล้านบาท ปี 59 ขาดทุนสุทธิ 98.36 ล้านบาท และงวด 9 เดือนปี 60 มีผลขาดทุน 51.67 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าธุรกิจใหม่ดังกล่าวน่าจะช่วยให้ธุรกิจของ MPG ที่เคยขาดทุนมานานเริ่มกลับมาสดใสได้อีกครั้งในอนาคต

 

ด้าน นางสาวณลันรัตน์ นันท์นนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มพีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MPG) เปิดเผยว่าธุรกิจกลุ่มใหม่ที่เริ่มขึ้นมาคือธุรกิจ Cosmetics ภายใต้แบรนด์ CLOUDA (Everyday Make Up) วางจำหน่ายในร้าน STARDUST 8 สาขาทั่วประเทศ และในช่องทาง Online Marketplace อาทิ LAZADA, 11 Street, Shoppee, Beauticool, ShopAt24 และขายผ่านทางช่องทาง Social Media ของตัวเอง เน้นลูกค้ากลุ่ม B ถึง C ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมถึงการมองตลาดใน CLMV

ปัจจุบัน CLOUDA มีสินค้าครบ ให้แต่งสวยจบในทุกสไตล์ อาทิ Pressed Powder, Lipstick, EyeShadow, Mascara, Silky Blush, Pearl Gloss,EyeBrow Pencil และสิ่งที่เราภูมิใจที่สุด คือ เราได้รับรางวัลแป้งที่ดีที่สุดประจำปี 60 และรางวัลอายแชโดว์พาเลทที่คุ้มค่าที่สุด ประจำปี 2017 ในงาน OK Beauty Choice จากนิตยสาร OK Magazine ทำให้ทีมงานเรามีกำลังใจรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เสียงตอบรับจากคณะกรรมการที่เป็นกูรูในวงการเครื่องสำอางรวมถึงผลตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคที่กลับมาซื้อซ้ำและช่วยเรารีวิวสินค้า

ยอดขายจากสินค้าแบรนด์ CLOUDA ในปี 60 เติบโตจากปี 59 กว่า 150% คาดว่าจะปิดที่ 10 ล้านบาท ส่วนภาพรวมในครึ่งหลังของปี 60 มั่นใจว่าทิศทางและการดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อขยายตลาดเครื่องสำอาง จะเติบโตขึ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยจะเน้นการส่งเสริมการขายและขยายจุดขาย รวมถึงการทำการตลาดและบริหารสินค้าให้ตัวแทนขาย

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 61 จะเป็น MPG New Era เนื่องจากธุรกิจ Retail จะไม่ได้รับผลกระทบจากการหดตัวของธุรกิจหนังและเพลงแล้ว และเชื่อว่าพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ ที่เข้ามาจะต่อยอดให้ยอดขาย Same Store Sales ในปี 61 กลับมาเติบโตได้

สำหรับธุรกิจ Cosmetics จะเริ่มมีบทบาทมากขึ้นโดยยังคงเน้นการทำการตลาดกับพันธมิตรในช่องทางต่าง ๆ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขยายช่องทางจัดจำหน่าย และพิจารณาโปรไฟล์ของตัวแทนจำหน่ายในประเทศต่างๆที่ติดต่อเข้ามา คาดว่าในปี 61 จะมีตัวแทนจำหน่ายในกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมียอดขาย 30% จากยอดขายรวมของบริษัทภายในระยะเวลา 3 ปี

สำหรับภาพรวมของ MPG ได้แยกออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจ Retail และ 2. ธุรกิจ Cosmetics โดยธุรกิจ Retail เป็นจุดแข็งที่บริษัทมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมายาวนาน คือ การบริหารพื้นที่ในศูนย์การค้า ซึ่งถือเป็นทำเลทอง ที่เราจะใช้ทำเลเหล่านี้เพื่อก่อเกิดรายได้

โดยปัจจุบันเรามีทั้งหมด 3 Retail Brands ได้แก่ ร้านแมงป่อง ขายหนังและเพลง จำนวน 13 สาขา ร้าน GIZMAN ขายแก็ดเจ็ต จำนวน 13 สาขา และร้าน STARDUST ขายเครื่องสำอาง จำนวน 8 สาขา และในส่วนของ Retail ยังมุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาระบบบริหารจัดการการค้าปลีก และสรรหาพาร์ตเนอร์ในการ Sourcing สินค้าใหม่ๆให้ตรงใจกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการอัพเดทเทรนด์ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าก่อนใคร

นอกจากนี้ในส่วนของ Retail ทั้ง 3 แบรนด์ บริษัทฯได้รุกการทำตลาดออนไลน์ โดยได้พัฒนาศักยภาพของเว็บไซต์เพื่อรองรับ E-commerce และการขายสินค้าผ่านช่องทาง Social Media ให้ตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น เน้นการทำการตลาดแบบ Online to Offline (O2O) เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าและรับบริการผ่านทางเว็บไซต์และสาขา อีกทั้งเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ด้าน นักวิเคราะห์ บล.เออีซี ระบุว่า MPG มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจอย่างชัดเจนจากเดิมที่เคยขายเทปเพลง ปรับเปลี่ยนเป็นขาย CD+DVD จนล่าสุดสังคมมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้บริษัทต้องปรับตัวให้เข้าระบบ Digital ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่ พร้อมกับเพิ่มสินค้าที่เป็น Entertainment เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ด้วยการเปิดร้าน Gizman ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเห็นๆ

ขณะที่ล่าสุด บริษัทหันมาทำธุรกิจด้านเครื่องสำอาง Clouda ที่เป็นแนวของการเติบโตสูงมากในปัจจุบัน โดยร้านค้าประเภทนี้จะมียอดขายสูงมากจากคนแทบทุกวัย นอกจากนี้บริษัทยังเปิดช่องทาง E-Commerce เต็มรูปแบบ เพื่อเข้าสู่ธุรกิจแนวใหม่เต็มตัว กรณีดังกล่าวเป็นที่น่าจับตาอย่างมากเรียกได้ว่านี่แหละ Social Movement ของแท้

ด้านราคาหุ้น บริษัท เอ็มพีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MPG  ปิดวานนี้ (26 ธ.ค.60) อยู่ที่ระดับ 0.45 บาท บวก 0.01 บาท หรือ 2.27% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.80 ล้านบาท

คำค้น