LH มวยล้ม ต้มคนดู ?

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ “อนันต์ อัศวโภคิน” หรือ “เฮียตึ๋ง” เป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนพอสมควร เพราะเป็นเรื่องที่มีเฉพาะคนในที่รู้เรื่องราวแบบละเอียด คนนอกอย่างเราๆ ท่านๆ ไม่สามารถไปล่วงรู้ความลับบางอย่างที่เป็นข้อตกลงของเขาได้หรอกครับ

ตีแผ่บจ.ดัง

คุณโอภาส จากรามอินทรา กรุงเทพฯ พูดถึงสถานการณ์ของหุ้น LH หรือ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีเรื่องราวที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยสับสนมากเหลือเกิน โดยเฉพาะช่วงแรกที่ “คุณอนันต์ อัศวโภคิน” ประกาศทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์หุ้นเป็นจำนวน 1,194.97 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 11.80 บาท หรือคิดเป็น 10% ของหุ้นทั้งหมด แต่หลังจากนั้นกลับปฏิเสธการทำเทนเดอร์ฯ พร้อมกับให้เหตุผลว่า แบงก์ไทยพาณิชย์คิดดอกเบี้ยโหด! จึงสงสัยว่า คนระดับนี้ล้มดีลกันง่าย ๆ แบบนี้ได้เหรอครับ

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ “อนันต์ อัศวโภคิน” หรือ “เฮียตึ๋ง” เป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนพอสมควร เพราะเป็นเรื่องที่มีเฉพาะคนในที่รู้เรื่องราวแบบละเอียด คนนอกอย่างเราๆ ท่านๆ ไม่สามารถไปล่วงรู้ความลับบางอย่างที่เป็นข้อตกลงของเขาได้หรอกครับ

เมื่อเป็นเช่นนี้ต้องใช้การเทียบเคียงกับกรณีอื่นๆ ที่เคยมีดีลลักษณะนี้ เพื่อทำให้นักลงทุนมองเกมหุ้นเที่ยวนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง และยังทำให้รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางได้ดีขึ้น อาจารย์ถึงตั้งหัวข้อมาสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในเที่ยวนี้ว่าเป็นเรื่อง “มวยล้ม ต้มคนดู” นั่นเอง

โดยการจั่วหัวดังกล่าวเป็นการเปิดทางให้นักลงทุนได้คิดตามว่า เรื่องที่พูดถึงทั้งหมดจริงไหม ? หรือเรื่องดังกล่าวไม่เหมือนกับสิ่งที่อาจารย์คิด ? แต่กระนั้นประเด็นทั้งหมดจะทำให้นักลงทุนได้รู้ระบบการให้สินเชื่อกันคร่าว ๆ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมองภาพของหุ้น LH หรือ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้ดีขึ้นเป็นกอง

ก่อนจะไปถึงตรงนั้น อาจารย์ขอแนะนำให้นักลงทุนย้อนกลับมาดูผลประกอบการเป็นลำดับแรก เพื่อประเมินว่าราคาหุ้นที่เหมาะสมควรอยู่ตรงไหน ? ต่อจากนั้นค่อยไปคิดกันอีกทีหนึ่งว่า “เฮียตึ๋ง” กำลังทำอะไร หลังจากนั้นจะได้แยกเรื่อง “บริษัท” กับเรื่อง “ส่วนตัว” ได้ชัดขึ้นครับ

ที่สำคัญคือ งบการเงินด้านล่างแสดงให้รู้ว่า ความสามารถในการทำกำไรในแต่ละปีค่อนข้างคงที่ อาจมีบางปีที่ทำผลงานได้ดี แต่ภาพรวม ๆ ต้องถือว่า กำไรค่อนข้างคงที่ และเมื่อนำกำไรต่อหุ้นที่ตกปีละ 0.80 บาท มาเทียบกับค่า P/E 14 เท่า ราคาเป้าหมายจะอยู่แถว 11.20 บาท

ถัดจากนั้น มาดูเรื่องของ “เฮียตึ๋ง” ล้มดีลเทนเดอร์ฯ มันน่าแปลกใจจริงๆ เพราะทีมทำดีลของแบงก์ไทยพาณิชย์ คงพูดถึงความเสี่ยงในทุกด้านของการทำดีลดังกล่าวหมดทุกอย่าง และเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับ 3% ขึ้นไปที่ระดับ 6% ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคนที่มีเงินเป็นหมื่นล้านบาท เพราะดอกเบี้ยจริง ๆ ที่โดนคิดเพิ่มก็อยู่ในระดับ 400 ล้านบาทเท่านั้นเอง

ยิ่งเทียบกับบางเจ้าที่ทำ Equity Loan ก็โดนดอกเบี้ย 6% กันทั้งนั้น ยิ่งทำให้คนวงนอกมองเรื่องนี้เป็นอาการปอดแหก เมื่อบวกกับตัวผู้บริหารมีข่าวฉาวเกี่ยวกับวัดธรรมกาย และเป็นฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาล จึงทำให้ผู้คนเทน้ำหนักไปทางนี้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้บริหารระดับสูงอย่าง “อาทิตย์” ต้องออกแรงอยู่ข้างหลัง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการทำธุรกิจดังกล่าวสุดตัว

เนื่องจากรู้ดีว่า กำลังเล่นกับของร้อนที่อาจสั่นสะเทือนเก้าอี้ของตัวเอง และที่ผ่านมาผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยปลื้มกับการทำธุรกรรมโลดโผนสักเท่าไหร่ จึงไม่แปลกใจที่แบงก์ไทยพาณิชย์ไม่ออกมาเทกแอ็กชั่นเรื่องนี้มากนัก เพราะเปลืองตัวเปล่า ๆ ที่จะเข้ามาทำดีลนี้ครับ

สรุปเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ “มวยล้ม ต้มคนดู” ใช่ไหม ? หรือมีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องจริง ๆ ลองไปคิดพิจารณาอีกที เพราะอาจารย์ได้ถ่ายทอดมุมมองเรื่องดังกล่าวในมุมของอาจารย์หมดแล้ว!

สภาแมงเม่า : ดร.สมชาย